..............................................................

พรรณไม้น้ำหรือพืชน้ำมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Aquatic Plants

ซึ่งหมายถึง พืชที่เจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในน้ำซึ่งจะอยู่ในลักษณะที่ทุกส่วนของต้นจมอยู่ใน น้ำหรือมีบางส่วน ของต้นโผล่มาหเนือน้ำ หรือจะเป็นพืชที่อยู่ตามริมน้ำ ริมตลิ่ง และยังรวมไปถึงพืชที่เจริญเติบโตได้ในบริเวณน้ำท่วมขังหรือชื้นแฉะ
         
 ห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศของแหล่งน้ำโดยทั่วไปนั้นจะมีแพลงก์ตอนพืช สาหร่าย และ พรรณไม้น้ำเป็นผู้ผลิตขั้นต้นซึ่งมีความสำคัญในระบบแหล่งน้ำ เนื่องจากเป็นแหล่งกำเนิดอาหารสำหรับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตก๊าซออกซิเจน และสามารถหมุนเวียนธาตุอาหารต่าง ๆ ในแหล่งน้ำซึ่งอยู่ในรูปอนินทรีย์สารให้กลับมาอยู่ในรูปอินทรีย์สาร นอกจากประโยชน์ทางด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ยังมีประโยชน์ต่อมนุษย์ในแง่อื่น ๆ เช่น เป็นแหล่งอาหารและมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ เป็นต้น ในทางตรงข้ามหากมีการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว จะส่งผลทำให้เกิดความเน่าเสียของบริเวณแหล่งน้ำ ขัดขวางทางเดินน้ำ และการจราจรทางน้ำ รวมถึงทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน และเป็นผลเสียต่อการทำการประมง
          พรรณไม้น้ำหรือพืชน้ำ(aquatic plant,hydrophyte,aquatic weed,water plant)          หมายถึงพืชที่เจริญเติบโตอยู่ในน้ำ หรือมีช่วงชีวิตหนึ่งที่เจริญอยู่ในน้ำ ซึ่งอาจจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด หรือโผล่บางส่วนขึ้นสู่บริเวณผิวน้ำ ลอยอยู่ที่ผิวน้ำ หรือเจริญเติบโตลอยอยู่ริมฝั่ง รวมถึงพืชที่เจริญเติบโตในที่ที่มีน้ำขัง พื้นที่ชื้นแฉะ ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม
         

ประโยชน์ของพันธุ์ไม้น้ำ
      1. ใช้เป็นแหล่งอาหารของคนและสัตว์โดยตรง เช่น ผักบุ้ง เผือก บอน ไข่น้ำ ผักแว่น ผักกูด บัว กระจับ เป็นต้น
      2. เป็นแหล่งวางไข่และหลบภัยของสัตว์น้ำนานาชนิด เช่น รากของผักตบชวา ตามใบมีสาหร่ายมาเกิดและเจริญเติบโตอยู่
      3. การเพิ่มก๊าซออกซิเจนให้แก่แหล่งน้ำ
      4. สามารถนำมาใช้บำบัดน้ำเสียเนื่องจากสามารถดูดซับธาตุอาหารต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น ผักตบชวา ธูปฤๅษี
      5. มีความสำคัญทางเศรษฐกิจใช้เป็นพันธุ์ไม้น้ำสวยงามประดับตู้ปลา ทำให้เกิดธุรกิจพันธุ์ไม้น้ำในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ
      

          โทษของพรรณไม้น้ำ
      1. ทำให้แหล่งน้ำเน่าเสียเมื่อมีการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว เมื่อมันตายลงแบคทีเรียจะย่อยสลายทำให้ออกซิเจน ในน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย
      2. พืชบางชนิดมีหนามแหลม บางชนิดมีอันตรายต่อสัตว์น้ำวัยอ่อน เช่น สาหร่ายข้าวเหนียว จะมีถุงขนาดเล็กอยู่ที่โคนใบ จะผลิตน้ำย่อยที่ย่อยโปรตีนได้ คอยจับแมลง แพลงก์ตอน และลูกปลาเป็นอาหาร
      3. สามารถดูดซับธาตุอาหารต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วถ้ามีปริมาณมาก ทำให้สัตว์น้ำหรือพืชอื่นไม่สามารถนำเอาแร่ธาตุไปใช้ได้
     4. เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคม การระบายน้ำ การทดน้ำ ทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน เช่น ผักตบชวา จอกหูหนู
.....................................................................
ที่มา : caonline.com
 
©2008 Naresuan University.All rights Reserved Welcome all comments,
  please
click here to contact me Best viewed with IE7.0 thai at 1024 x 768 pixels