ทรัพยากรสัตว์ป่า (Wildlife)


"สัตว์ป่า" เป็นทรัพยากร ธรรมชาติ อย่างหนึ่ง หมายถึง สัตว์ที่มนุษย์ ไม่ได้ เลี้ยงดู และมนุษย์ ไม่ได้ เป็นเจ้าของโดยทั่วไป เรามัก หมายถึง เฉพาะสัตว์ ที่มี กระดูก สันหลัง ซึ่ง แบ่งออก ได้เป็น พวกใหญ่ ๆ คือ สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบก ครึ่งน้ำ สัตว์เลี้ยงลูก ด้วยนม สัตว์จำพวก นก ปลา ที่อาศัย อยู่ใน แหล่งน้ำ ตาม ธรรมชาติ มักถือ เป็นสัตว์ ป่าด้วย ยกเว้น แมลง และ ไข่ของแมลง

สาเหตุที่สัตว์ป่าถูกทำลาย
1. ที่อยู่ อาศัย ถูกทำลาย สัตว์ป่า ต้องอาศัยป่า เพื่อเป็น ที่อยู่ ป้องกันภัย และ เป็นแหล่งอาหาร เมื่อป่า ถูกทำลาย ทำให้ สัตว์ป่า ลดจำนวนลง หรืออาจ สูญพันธุ์
2. ถูกมนุษย์ ล่าเพื่อ เป็น อาหาร เป็น สินค้า ยิ่งมนุษย์ มีอาวุธ ที่มี ประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น สัตว์ป่า ยิ่งถูกล่า หมดไป อย่างรวดเร็ว
3. สัตว์ต่างถิ่น รบกวน กรณี เกาะจาไมก้า เดิมเกาะ นี้ไม่มีหนู เมื่อเรือ สินค้า มาแวะ พัก หนู ก็ขึ้นมา บนเกาะ เพาะพันธุ์ จนชุกชุม ชาวเกาะ จึงนำเอา พังพอน มาเพื่อ ให้ทำลายหนู พังพอน ไม่ทำลายหนู แต่หันไป ทำลาย สัตว์เลี้ยง และนกชนิดต่าง ๆ จนปรากฎ ว่าในเกาะ มีงู ชุกชุม เพราะขาดนก ผู้ควบคุม งูเป็นต้น
4. สัตว์ถูก ทำลายโดย ธรรมชาติ ได้แก่ ภูเขาไฟ ระเบิด น้ำท่วม พายุพัด
5. สัตว์ทดลอง ในการ ค้นคว้า ทดลอง ทางวิทยาศาสตร์
6. มลภาวะ ทำให้ สัตว์ป่า ลดจำนวน ลงหรือ อาจสูญพันธุ์ ได้แก่ ดินเสีย น้ำเสีย อากาศเสีย คราบน้ำมันในทะเล ยามสงบ และยาม สงคราม และถูกยา ปราบศัตรูพืช

พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
ประเทศไทย เริ่มมี กฎหมาย ฉบับแรก ให้ความ คุ้มครอง แก่ช้างป่า มาตั้งแต่ พ.ศ.2456 นับว่า ช้างเป็น สัตว์ป่า ชนิดเดียว ที่ได้รับ ความเอาใจใส่ ให้ความ คุ้มครอง มาแล้ว เป็นเวลา เกือบร้อยปี ก่อนสัตว์ป่า ชนิดอื่น ๆ สัตว์ป่า ชนิดอื่น ๆ เพิ่งได้ รับความ คุ้มครอง ตามความ ในพระ ราชบัญญัติ สงวนและ คุ้มครอง สัตว์ป่า พ.ศ. 2503 เป็นต้นมา (นิวัติ เรืองพานิช 2517 : 130) และแก้ไข ปรับปรุง เป็นพระ ราชบัญญัติ สงวนและ คุ้มครอง สัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ได้ให้ ความหมาย คำว่า "สัตว์ป่า" ว่า "คือสัตว์ ทุกชนิด ไม่ว่า สัตว์บก สัตว์น้ำ สัตว์ปีก แมลงหรือแมง ได้โดย สภาพ ธรรมชาติ ย่อมเกิด และดำรง ชีวิต อยู่ในป่า หรือในน้ำ และให้ หมายความ รวมถึง ไข่ของสัตว์ ป่าเหล่า นั้นทุกชนิดด้วย แต่ไม่ หมายความ รวมถึง สัตว์พาหนะ ที่ได้ จดทะเบียน ทำตั๋ว รูปพรรณ ตามกฎหมาย ว่าด้วยสัตว์ พาหนะ แล้วและ สัตว์พาหนะ ที่ได้ มาจาก การสืบพันธุ์ ของสัตว์พาหนะ ดังกล่าว" พระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ได้กำหนด ชนิดของ สัตว์ป่าไว้ 3 ประเภท คือ

1. สัตว์ป่าสงวน หมายถึง สัตว์ป่า ที่หายาก ซึ่งมีอยู่ ด้วยกัน 15 ชนิด คือ
(1) นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร มีที่จังหวัดนครสวรรค์ ประเทศไทยแห่งเดียว
(2) แรด สูญพันธุ์ไปแล้ว
(3) กระซู่ ปัจจุบันมีที่ประเทศอินโดนีเซีย
(4) กูปรีหรือโคไพร ไทยเคยมีที่ศรีษะเกษ แต่ปัจจุบันมีอยู่ที่ประเทศเขมร
(5) ควายป่า มีที่ห้วยขาแข้ง
(6) ละอองหรือละมัง เริ่มขยายพันธุ์ได้แล้ว
(7) สมันหรือเนื้อสมัน เคยมีในประเทศไทย แต่ปัจจุบันสูญพันธุ์แล้ว
(8) เลียงผาหรือเยื้อหรือกูรำ ที่อยู่ที่เขาดิน
(9) กวางผา มีอยู่ที่ที่ อ.ดอยมอนจอม และที่เขาดิน
(10) นกแต้วแล้วท้องดำ มีอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีแห่งเดียวในโลก
(11) นกกระเรียน ในประเทศสูญพันธุ์แล้ว แต่มีอยู่ที่ประเทศจีน
(12) แมวลายหินอ่อน มีอยู่ในประเทศไทย
(13) สมเสร็จ
(14) เก้งหม้อ
(15) พะยูนหรือหมูน้ำ
สัตว์ป่า สงวนทั้ง 15 ชนิดนี้ ห้ามล่า หรือห้ามมี ไว้ใน ครอบครอง ถือเป็น ความผิด เว้นแต่ ทำเพื่อ การศึกษา หรือวิจัย ทางวิชา การ หรือเพื่อ กิจการ สวนสาธารณะ ทั้งนี้ ต้องได้รับ อนุญาต จากอธิบดี กรมป่าไม้

2. สัตว์ป่า คุ้มครอง ประเภทที่ 1
หมายถึง สัตว์ป่า ซึ่งคน ไม่ใช้ เนื้อเป็น อาหาร ไม่ล่า เพื่อการ กีฬา เป็นสัตว์ ที่ทำลาย ศัตรูพืช หรือขจัด สิ่งปฏิกูล หรือเป็น สัตว์ป่า ที่ควร สงวนไว้ เพื่อประดับ ความงาม ตามธรรมชาต ิหรือสงวน ไว้เพื่อ ไม่ให้ ลด จำนวน ลง
สัตว์ป่า คุ้มครอง ประเภทที่ 1 นี้ ห้ามไม่ให้ ล่าด้วย วิธีทำ ให้ตาย เว้นแต่ จะทำ เพื่อการ ศึกษา วิจัยทาง วิชาการ สัตว์ป่า ประเภท นี้มี ด้วยกัน 166 รายการ ส่วนใหญ่ เป็นนก ได้แก่ นกกาน้ำ ทุกชนิด นกกระสา นกกระทาดง ไก่ฟ้า ทุกชนิด นกโกโรโกโส นกกะปูด นกกะเต็น นกกางเขนบ้าน นกเขา นกเค้าแมวทุกชนิด นกเงือกทุกชนิด นกตีทอง ฯลฯ นอกนั้น ได้แก่ ค่างทุกชนิด ชะนีทุกชนิด ชะมด บ่าง แมวป่า ลิงลม หรือนางอาย ลิงทุกชนิด สมเสร็จ เสือลายเมฆ เสือไฟ เสือปลา หมีขอ หรือบินตุรง หมูหริ่ง หมาหริ่ง อีเห็น เป็นต้น

3. สัตว์ป่า คุ้มครอง ประเภทที่ 2
หมายถึง สัตว์ป่า ซึ่งตามปกติ คนใช้เนื้อ เป็นอาหาร หรือล่า เพื่อการกีฬา สัตว์ป่าประเภท นี้ม ีทั้งหมด 23 รายการ ด้วยกัน อาทิ กระทิง หรือเมย กระจงทุกชนิด กวาง วัวแดง หรือวัวดำ หรือวัวเพลาะ เสือโครง เสือดาว หมีควาย หรือหมีดำ หมีหมา หรือหมีคน อีเก้ง หรือฟาน ส่วนใหญ่ เป็นสัตว์ ประเภท นกอีก เช่นเดียวกัน ได้แก่ นกกระสา นกกระทา ไก่ป่า นกแขวก นกเป็ดน้ำ นกปลาซ่อม ทุกชนิด นกพริก นกอีลุ้ม ฯลฯ
สัตว์ป่า คุ้มครอง ประเภทที่ 2 นี้ ตามกฎหมาย อนุญาต ให้ล่าได้ ให้มี ไว้ใน ครอบครอง ได้แต่ต้อง ได้รับ อนุญาต และมีใบอนุญาต ติดตัว อยู่ตลอด เวลา
อนึ่ง ในการ ล่าสัตว์ป่า นั้น ไม่ว่า จะเป็น สัตว์ป่า คุ้มครอง หรือสัตว์ป่า อื่น ๆ เช่น เสือ หมูป่า กระต่าย จะทำได้ เฉพาะ เวลา กลางวัน เท่านั้น ยกเว้น เสือที่มา กินซาก ที่ได้ ทำให้ ตายไว้ก่อน ซึ่งให้ล่า ได้ใน เวลา กลางคืน การล่าสัตว์ ป่าคุ้มครอง ประเภทที่ 2 ผู้ล่า ต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไข และกฎเกณฑ์ ต่าง ๆ และต้อง เสียค่า ธรรมเนียม ด้วย

การอนุรักษ์สัตว์ป่า
สัตว์ป่า เป็น ทรัพยากร ธรรมชาติ ที่สามารถ ทำให้ เพิ่มจำนวน มากขึ้นได้ แต่ถ้าหาก สัตว์ป่า ชนิดใด สูญพันธุ์ ได้แล้ว จะไม่ สามารถ สร้างพันธุ์ ของสัตว์ป่า ชนิดนั้น ขึ้นมา ได้อีก การอนุรักษ์ สัตว์ป่า จึงควร มีหลักดังนี้
1. การใช้ กฎหมาย ควบคุม เป็นการ อนุรักษ์ สัตว์ป่า ทางตรง มีการ ป้องกัน และปราบปราม ผู้กระทำ ผิดพระราช บัญญัติ สงวนและ คุ้มครอง สัตว์ป่า อยู่เสมอ การจัด ตั้งเขต อุทยาน แห่งชาติ เขตรักษา พันธุ์ป่า จึงควรม ีหลักดังนี้
2. การสงวน แหล่งที่อยู่ อาศัย ของสัตว์ป่า หมายถึง การป้องกัน รักษา ป่าไม้ ที่จัด เป็นเขต รักษา พันธ์สัตว์ป่า เขตป่า ในอุทยาน แห่งชาติ เขตวน อุทยาน ต้องม ีการป้องกัน บำรุง รักษา และการ ปลูกพันธุ์ ไม้ขึ้น มาใหม่ การสงวน ทุ่งหญ้า การทำถ้ำ รู โพรง รักษาโป่ง หรือที่ดิน เค็ม ให้อยู่ใน สภาพ ถาวร เช่น การนำ เกลือ ไปไว้ ในเขตดินโป่ง บนเขาใหญ่ ให้ช้าง และสัตว์ ทั้งหลาย ได้มากิน เป็นต้น
3. การเพาะ พันธุ์เพิ่ม เช่น ตามสวนสัตว์ ต่าง ๆ เขตรักษา พันธุ์สัตว์ หลายแห่ง เลี้ยงสัตว์ บางชนิด ไว้ใน กรงเพื่อ เพาะพันธุ์เพิ่ม เมื่อมีมาก แออัด จึงนำ สัตว์บางชนิด ไปปล่อย ไว้ใน ป่าเปิด ของอุทยาน แห่งชาติ เช่น สัตว์ที่ มีมาก จากสวนสัตว์ ดุสิต เจ้าหน้าที่ ได้นำ ไปปล่อย ไว้ที่ อุทยาน แห่งชาติ เขาเขียว เขาชมพู่ เป็นต้น
4. การค้นคว้า วิจัย ทางวิชาการ ถือได้ ว่าเป็น พื้นฐาน ของการ จัดการ สัตว์ป่า ให้มี จำนวน เพิ่มขึ้นในระดับที่ พอเหมาะ กับอาหาร และที่หลบภัย ในท้องที่นั้น ๆ
5. การใช้ ประโยชน์ จากสัตว์ ตรงตาม หลักการ อนุรักษ์ ทรัพยากรโดยไม่เก็บ ทรัพยากร ไว้เฉย ๆ เท่านั้น ยังต้อง รู้จัก นำทรัพยากร นั้น ๆ มาใช้ ให้เป็น ประโยชน์ มากที่สุด เช่น จัดสถานที่ ชมสัตว์ป่า จัดสวนสัตว์ ให้เป็น ที่พักผ่อน หย่อนใจ แก่มนุษย์ ให้ความรู้ ตามสมควร ถ้ามี จำนวน สัตว์บาง ชนิดมาก เกินไป ก็ควร เปิดให้มี การล่าสัตว์ นั้น ๆ ตาม หลักของ สมดุล ธรรมชาติ...




กลับไปต้นแฟ้มข้อมูล      กลับไป Police For Kids