เมื่อถึงเทศกาลเข้าพรรษาของแต่ละปี  จะมีดอกไม้ชนิดหนึ่ง  ออกดอกสีขาวเป็นช่อเล็กๆ    ถ้าดอกนั้นอยู่กับต้นก็จะดูธรรมดาไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไร
แต่เมื่อมีคนคิดสร้างสรรนำดอกไม้นี้มาจัดรวมกันเป็นชั้นๆ คล้ายบายศรี ก็ดูสวยงามแปลกตา ไถ่ถามกันพึมพำว่า "ดอกอะไร" แปลกดี ดอกไม้ที่ว่านี้  เรียกกัน
ว่า "หงส์เหิน" หรือ ดอกเข้าพรรษา  เพราะจะออกดอกในช่วงเข้าพรรษาพอดี คือ ระหว่าง พฤษภาคม - ตุลาคม  อาจจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น
เช่น กล้วยจ๊ะก่า (ตาก)   กล้วยจ๊ะก่าหลวง (ลำพูน)  กล้วยเครือคำ (เชียงใหม่)   ก้ามปู (พิษณุโลก)   ขมิ้นผี หรือกระทือลิง (ภาคกลาง)   ว่านดอกเหลือง (เลย)
ดอกเข้าพรรษา (สระบุรี)  ที่เรียกว่า "หงส์เหิน" เพราะดอกและเกสรจะมีลักษณะเหมือนตัวหงส์  กำลังจะบิน มีลีลาสง่างาม มีกลีบประดับเรียงตมามช่อดอก

แหล่งกำเนิด
                หงส์เหิน (Globba  winiti)  เป็นไม้พื้นเมืองของไทยที่เกิดในป่าร้อนชื้น  ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่  หรือขึ้นอยู่ตามชายป่า    ซึ่งในป่าเมืองไทยมีพืช
สกุล Globba ขึ้นกระจายอยู่ทุกภาค อาจมีมากถึง 40 ชนิด จากการสำรวจพบว่า แถบภาคเหนือและภาคกลาง มีความหลากหลายของพันธุ์สูงกว่าภาคอื่นๆ
แต่ยังไม่มีการศึกษาทบทวนด้านอนุกรมวิธาน  สำหรับพื้นที่บริเวณภาคเหนือรายงานว่าพบ Globba  3 ช นิด  คือ G.nuda,  G.purpurascens  และ
G.reflexa  บริเวณป่าทิศตะวันออกดอยสุเทพ  นอกจากนี้  พบ G. reflexa  หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า  "ดอกคำน้อย"   ขึ้นตามทุ่งหญ้าที่ค่อนข้างชุ่มชื้น ใน
ภาคเหนือ    ตั้งแต่ระดับความสูง 700 - 1,000 เมตร    สำหรับ G.nuda    พบในป่าผลัดใบ  สำหรับ G.pupurascens.  นี้จะสร้างหัวเล็กๆ (bulbil) ที่โคนกลีบเลี้ยงและราก  จะงอกในขณะที่อยู่บนช่อ  เมื่อหัวเล็กๆ นั้นโตเต็มที่ยังสำรวจพบ  G.clarkel, G.obscura, G.platystachya.  G.purpur-
ascens  และ G.reflexa  ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์อีกด้วย สำหรับ G.winitil   หรือหงส์เหิน เป็นพันธุ์ที่มีกลีบประดับขนาดใหญ่สีม่วงเข้ม
และยังมีพันธุ์ที่มีกลีบประดับสีขาว  ซึ่งได้มีการนำไปปลูกประดับแพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
                หงส์เหินเป็นพืชที่อยู่ในวงศ์  Zingiberaceae  และอยู่ใน Genus Globba   ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ คือ
                ต้น   หงส์เหิน   เป็นพืชที่มีลำต้นเป็นหัวใต้ดิน  ประเภทเหง้าแบบ Rhizome  มีรากสะสมอาหารลักษณะอวบน้ำคล้ายรากกระชาย  เรียงอยู่โดย
รอบหัว  และส่วนของลำต้นเหนือดิน  คือ  กาบใบที่เรียงตัวกันแน่น  ทำหน้าที่เป็นต้นเทียมเหนือดิน มักเกิดเป็นกลุ่มกอ  สูงประมาณ 30-70 ซม.
                ใบ   เป็นใบเดี่ยวลักษณะเรียวยาว รูปใบหอกคล้ายใบกระชาย  แต่มีขนาดเล็กกว่าออกเรียงสลับซ้ายขวาเป็นสองแถวในระนาบเดียวกัน  ขนาดของ
ใบกว้างประมาณ 10 x 25 ซม.
                ดอก   ดอกออกเป็นช่อซึ่งแทงออกมาจากยอดของลำต้นเทียม  ช่อจะโค้ง  และห้อยตัวลงอย่างอ่อนช้อยสวยงาม     มีก้านดอกย่อยเรียงอยู่โดยรอบ
ประกอบด้วยดอกจริง 1-3 ดอก   สีเหลือง   สดใสแต่จะมีกลีบประดับ (bract)    ที่แตกต่างกันหลายรูปทรง  และหลายสีจาก globba   ที่รวบรวมไว้มี 2
ชนิด คือ G.winitil และ g.schomburgkil ซึ่งจะมีลักษณะของช่อดอกและกลีบประดับแตกต่างกันคือ
                - G.winitil  จะมีกลีบประดับขนาดใหญ่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบสวยงามตามช่อ โดยรอบจากโคนถึงปลาย  สีของกลีบประดับที่พบมีหลายสี
ได้แก่  สีขาว สีม่วง สีเขียว  และสีแดง  มีก้านดอกย่อยยาวชูดอกออกมาเห็นชัดเจน   ดอกจริงมีสีเหลืองลักษณะคล้ายรูปตัวหงส์ยืน  กำลังจะเหินบิน    มีลีลา
สง่างามทำให้ช่อดอกมีสีสันสวยงามมากขึ้น  ช่อดอกยาวประมาณ 10 - 20 ซม.


                - G.schomburgkil  จะมีใบประดับสีเขียวอ่อนไม่สะดุดตาแต่ให้ช่อดอกที่มีดอกจริงสีเหลืองสดใส จะเรียงตัวถี่ ลักษณะพิเศษของ Globba
ประเภทนี้ คือ ช่อดอกมักมีหัวเล็กๆ  ลักษณะคล้ายเมล็ดมะละกอสีเขียวอยู่ที่โคนกลีบเลี้ยง   และจะงอกราก ในขณะที่อยู่บนช่อเมื่อหัวเล็กๆ  นั้นโตเต็มที่  ซึ่ง
สามารถนำไปขยายพันธุ์เป็นต้นใหม่ได้  หงส์เหิน เป็นพันธุ์ไม้ที่เจริญเติบโตและออกดอกในช่วงฤดูฝน จากนั้นจะพักตัวในช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูร้อน ซึ่งต้น
เหนือดินจะยุบแห้งไปเหลือไว้เพียงหัวที่ฝังตัวอยู่ใต้ดิน  และจะงอกใหม่ในช่วงฤดูฝนต่อไป

การขยายพันธุ์
                การขยายพันธุ์หงส์เหิน สามารถทำได้ทั้งการแยกเหง้า และการเพาะเมล็ด แต่วิธีที่สะดวกรวดเร็ว และได้ผลดีคือ การแยกเหง้า  โดยการขุดเหง้า
หรือหัวใต้ดินในระยะพักตัวคือ  ช่วงฤดูแล้ง   หลังจากต้นเหนือดินได้ยุบไปแล้ว    นำมาปลิดแยกเป็นหัวๆ ลงปลูกในแปลงโดยฝักลึก 5 ซม.    ใช้ระยะปลูก
20 x 30ซม.   หงส์เหินไม่เหมาะกับการขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ   เพราะหน่อที่แยกมาปลูกจะชะงักการเจริญเติบโตไม่สามารถแตกกอให้ดอกได้

การดูแลรักษา
                หงส์เหินเป็นพืชที่ต้องการร่มรำไรแปลงปลูกกลางแจ้ง    ควรพรางแสงไม่น้อยกว่า 50%  แปลงปลูกควรคลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้ง   เพื่อรักษา
ความชื้นและความสะอาดสดใสของดอก
                - การใส่ปุ๋ย   ควรใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก อัตรา1 ตันต่อไร่  และปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 50 กก./ไร่  หว่านให้ทั่วแปลงช่วงแตกใบอ่อนปีละครั้ง
                - การให้น้ำ   หงส์เหินเป็นพืชที่ต้องการความชุ่มชื้น แต่ไม่แฉะ ถ้าอากาศแล้ง  ควรให้น้ำอย่างน้อยวันละครั้งในช่วงเช้า
                - การตัดแต่ง  ในแปลงปลูกจากปีที่ 2 เป็นต้นไป  ประชากรในแปลงอาจมีความหนาแน่น  ทำให้เกิดโรคระบาด   ดอกมีขนาดเล็กไม่สมบูรณ์ ควร
                  มีการตัดแต่งให้แปลงโปร่ง โดยตัดต้นไม่สมบูรณ์หรือตัดใบทิ้งบ้าง


โรคและแมลงศัตรู
                อาจพบโรคระบาดในแปลงที่มีอายุปลูกเกิน 3 ปี    ฉะนั้นควรมีการย้ายแปลงปลูก  หรือปลูกพืชหมุนเวียนในแปลงปลูก  หรือปลูกพืชหมุนเวียนใน
แปลงปลูกที่มีอายุเกิน 3 ปี  เพื่อหลีกเลี่ยงโรคระบาด  โรคที่สำคัญ ได้แก่
                * โรคหัวเน่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ในแปลงปลูกที่มีสภาพชื้นแฉะ  และอากาศร้อนชื้น อาจเกิดการระบาดของโรคหัวเน่าได้
                    - อาการ   ต้นและใบเหี่ยวในขณะที่ยังเขียวอยู่ต้นและเหง้าใต้ดินเน่าและมีกลิ่นเหม็น
                    - การป้องกันกำจัด   แปลงปลูกไม่ควรให้น้ำขังหรือแฉะ ถ้าพบต้นเป็นโรคให้ถอนเผาไฟ Metalaxyl  (ริดโดมิล 25% wp)  หรือ Manco-
                      zeb และพ่นทางใบให้ทั่วแปลงสัปดาห์ละครั้ง
                * โรคแอนแทรคโนส เกิดจากเชื้อรา colletotrichum sp.  ระบาดมากในสภาพความชื้นสูง มีหมอกและน้ำค้างมาก อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
                    - อาการ ที่ใบและกลีบประดับ เป็นปื้น หรือขีดสั้นๆ สีน้ำตาลหรือดำ ขอบแผลมีรอยช้ำคล้ายน้ำร้อนลวก แผลบุ๋มยุบตัวลงกว่าระดับผิวปกติ
                    - การป้องกันกำจัด ควรตัดแต่งแปลงให้โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก และฉีดพ่นสารเคมี Carbendazim (ไปซิม 50% wp) หรือ benom-
                      yl (เบนเลท-โอดี) สัปดาห์ละครั้ง
                * แมลงที่สำคัญ
                    - อาจพบหนอนหรือแมลง ศัตรูกัดกินกลีบประดับให้เสียหายอยู่บ้าง แต่ยังไม่พบการระบาดที่เสียหายรุนแรง  แต่ควรมีการฉีดพ่นสารเคมีป้อง
                     กันไว้บ้างเช่น Carbaryl (เซฟวิน - 85 wp) 15 วัน/ ครั้ง

การเก็บเกี่ยว การตัดดอก
                การตัดดอกหงส์เหิน ควรพิจารณาดอกที่บานเต็มที่ แต่ไม่แก่เกินไป  คือ กลีบประดับบานถึงปลายช่อมีดอกจริงบาน 3-5 ดอกต่อช่อ มีสีสดไม่เหี่ยว
โรย   โดยการใช้กรรไกรตัดต้นเหนือผิวดิน สูงประมาณ 2 นิ้ว  แต่งใบออกเหลือใบบนไว้ใบเดียว   รวมกันแล้วมัดเป็นกำๆ ละ 10 ดอก  นำก้านช่อดอกแช่น้ำ
นำไว้ในที่ร่ม  รอการจำหน่ายหรือใช้ประโยชน์ต่อไป


การบรรจุหีบห่อ
                ถ้าต้องส่งไปไกลๆ ควรนำดอกผึ่งในที่ร่มให้แห้ง  บรรจุในกล่องที่บุด้วยพลาสติกวางช่อดอกตามแนวนอน เรียงสลับหัวท้ายให้เป็นระเบียบพร้อม
ปิดฝาให้มิดชิด

งานวิจัย
                สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ  สถาบันวิจัยพืชสวน  กรมวิชาการเกษตร  มีแนวความคิดว่า ควรจะมีการพัฒนาไม้ดอกพื้นเมืองของไทย ซึ่งมีอยู่
มากมาย สวยงามเป็นที่นิยมของต่างประเทศ  รองจากกล้วยไม้ คือกลุ่มพืชสกุลขิง - ข่า ของไทย  เช่น กระเจียว ปทุมมา และหงส์เหิน นี้  ให้เป็นไม้ตัดดอก
เศรษฐกิจที่สำคัญเพิ่มขึ้น ประกอบกับหงส์เหินสามารถพัฒนาเป็นไม้กระถางได้ เพราะแตกหน่อดี ทำให้ได้จำนวนดอกมาก กอมาก (โดยเฉลี่ย 5-10 หน่อ/
กอ)  นอกจากนี้หงส์เหินยังมีคุณสมบัติเป็นไม้ตัดดอกที่ดี  เพราะช่อดอกโค้งยาว  ก้านช่อดอกยาวพอเหมาะ มีอายุการปักแจกันนาน 1-3 สัปดาห์  หรือจะทำ
เป็นไม้ประดับโดยปลูกเป็นแปลง  หรือปลูกใส่กระถางประดับก็ได้  สถานีทดลองพืชสวนดอยมูเซอ  จึงได้มีการรวบรวมและศึกษาพันธุ์เพื่อพัฒนาเป็นไม้ตัด
ดอกเศรษฐกิจ  เมื่อเดือนกรกฎาคม 2544 ในการประชุมวิชาการพืชสวนแห่งชาติ  ได้มีการนำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับหงส์เหินอยู่เรื่องหนึ่งคือ  "การเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อหงส์เหินพันธุ์ม่วงเตี้ย" ของคณาจารย์ สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรลำปาง สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ประกอบด้วย พิทักษ์ พุทธวรชัย
พงศ์ยุทธ นวลบุญเรือง และอภิชาติ ชิดบุรี  โดยคณะผู้วิจัยได้ทดลองนำหน่อหงส์เหินพันธุ์ม่วงเตี้ย (G.Villosula Gagnap)  ที่โผล่พ้นดินยาวประมาณ
1 นิ้ว  แกะเอาส่วนกาบใบออกจนเหลือยอด  ที่มีขนาด 0.5 ซม.  นำไปเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตรต่างๆ  พบว่าความสูงเฉลี่ยของต้นหงส์เหิน   จำนวนใบเฉลี่ย
และจำนวนรากเฉลี่ยมีความแตกต่างกัน

               หากการขยายพันธุ์หงส์เหินด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อประสบความสำเร็จ  ก็จะสามารถขยายพันธุ์หงส์เหินได้อย่างรวดเร็ว  ขึ้นและสามารถทำได้
ตลอดปี  เป็นแนวทางหนึ่งที่จะสนับสนุนการพัฒนาให้หงส์เหินเป็นไม้ตัดดอกเศรษฐกิจได้  นอกเหนือจากการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์


หงส์เหิน
ดอกไม้เข้าพรรษา