การดูแลรักษากล้วยไม้

การให้น้ำและปุ๋ยกล้วยไม้

               การสังเกตว่าควรจะรดน้ำกล้วยไม้หรือไม่ สามารถตรวจได้ง่าย ๆ โดยใช้นิ้วมือหรือใช้ดินสอไม้ด้านที่เหลาให้ปลายแหลมแทงเข้าไปในเครื่องปลูกประมาณ 1 นิ้ว หรือมากกว่า ถ้ารู้สึกชื้นหรือดินสอมีสีเข้มขึ้นเนื่องจากความชื้น ก็แสดงว่าเครื่องปลูกมีความชื้นเพียงพอไม่ต้องรดน้ำอีก หรือยกภาชนะปลูกกล้วยไม้ขึ้นมาตอนที่เพิ่งรดน้ำ หรือตอนเครื่องปลูกแห้งก็พอจะประมาณความชื้นในภาชนะปลูกได้จากน้ำหนักที่แตกต่างกันว่า เครื่องปลูกมีความชื้นมากน้อยเพียงไร ควรจะรดน้ำหรือไม่
              การให้น้ำควรกระทำในตอนเช้าหากมีฝนตกชุกในช่วงนั้นอาจงดการให้น้ำ ในช่วงแล้งอาจเพิ่มการให้น้ำในตอนบ่าย ประมาณ บ่าย 3 – 4 โมงเย็น แต่ไม่ควรให้น้ำจนแฉะในช่วงเย็น เพราะอาจทำให้รากและต้นกล้วยไม้เน่าได้ง่าย
              ปริมาณการให้น้ำแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การอุ้มน้ำของวัสดุปลูก ชนิดและขนาดของภาชนะปลูก ความชื้นรอบ ๆ บริเวณที่ปลูกเลี้ยง แสงแดด อุณหภูมิ และการเคลื่อนที่ของอากาศ ซึ่งต้องอาศัยการสังเกตของผู้รดน้ำ สิ่งที่ควรคำนึงถึงเสมอ คือ ต้นกล้วยไม้มีโอกาสตายและชะงักการเจริญเติบโตได้ง่ายเมื่อให้น้ำมากเกินไป แต่ขณะเดียวกันถ้าไม่รดน้ำต้นกล้วยไม้นานถึง 1 สัปดาห์ ต้นกล้วยไม้ก็ยังคงเจริญเติบโตต่อไปได้ ดังนั้นควรรดน้ำให้เครื่องปลูกชื้นแต่ไม่แฉะ และควรจะมีช่วงที่รากแห้งบ้าง เนื่องจากต้นกล้วยไม้ที่ปลูกเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นชนิดรากอากาศและกึ่งอากาศ


ปุ๋ยกล้วยไม้

             ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ส่วนใหญ่เป็นปุ๋ยละลายน้ำได้ดีสำหรับใช้รดใบและราก ธาตุที่เป็นองค์ประกอบจะประกอบด้วย ไนโตรเจน(N) ฟอสฟอรัส (P2O5) และโปแตสเซียม (K2O) เรียงตามลำดับในสูตรปุ๋ย อัตราที่ใช้จะต้องไม่เข้มข้นจนเกินไป มิฉะนั้นจะทำให้ใบและรากไหม้ เนื่องจากความเค็มหรือความเข้มข้นของปุ๋ยจะดึงน้ำออกจากเซลล์มากเกินไปจนเซลล์เหี่ยวและแห้งตายในที่สุด ความเข้มข้นที่ใช้จะใช้ประมาณ 20-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร (1 ปีบ)
            ปุ๋ยวิทยาศาสตร์อีกชนิดหนึ่งเป็นปุ๋ยละลายช้า ซึ่งจะละลายหมดใน 3 เดือน หรือ 6 เดือน ปุ๋ยชนิดนี้สามารถให้ต้นกล้วยไม้ได้เนื่องจากผิวนอกของปุ๋ยเป็น Membrane จึงไม่ทำให้รากไหม้เมื่อสัมผัสกับเม็ดปุ๋ย

สูตรปุ๋ยกล้วยไม้ แยกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ดังนี้
1. ปุ๋ยสูตรเสมอ มีอัตราส่วนเป็น 1:1:1 (ตัวเลขแสดงค่า N:P:K จะเท่ากัน) เป็นปุ๋ยที่ใช้ทั่ว ๆ ไป ในระยะการเจริญเติบโตทุกระยะ

2. ปุ๋ยสูตรไนโตรเจนสูง มีอัตราส่วนเป็น 3:1:1, 3:2:1 หรือ 3:2:2 (ตัวเลขขวาสุดหรือ ค่าN จะมีค่าสูง) ใช้เร่งการเจริญเติบโตของต้น เหมาะที่จะใช้กับต้นเล็ก
3. ปุ๋ยสูตรฟอสฟอรัสสูง มีอัตราส่วนเป็น 1:3:1, 1:2:1 หรือ 1:3:2 (ตัวเลขตรงกลางหรือ ค่าP จะมีค่าสูง) ใช้เร่งการเจริญเติบโตของรากและส่งเสริมการออกดอก เหมาะที่จะใช้กับต้นเล็กเพื่อเร่งระบบรากและต้นที่โตเต็มที่เพื่อเร่งการออกดอก
4. ปุ๋ยสูตรโปแตสเซียมสูง มีอัตราส่วนเป็น 1:1:3, 1:2:3 หรือ 2:2:3 (ตัวเลขซ้ายสุดหรือ ค่าK จะมีค่าสูง) ช่วยให้กล้วยไม้ที่แทงช่อดอกแล้วให้ดอกที่มีคุณภาพดี

วิธีการให้ปุ๋ย
1.   ควรให้ปุ๋ยเมื่อรากและเครื่องปลูกไม่แห้งจนเกินไป เพราะรากเปียกจะดูดปุ๋ยได้ดีกว่ารากแห้งมิฉะนั้นต้องให้น้ำที่ผสมปุ๋ยจนชุ่มโชก ปุ๋ยส่วนใหญ่จะไหลลงสู่พื้นดิน ไม่เป็นประโยชน์ต่อต้นกล้วยไม้
2. ควรให้ปุ๋ยบริเวณ ราก ลำต้น และใบ ฉีดจากส่วนยอดต้นกล้วยไม้ให้ชุ่มโชกในตอนเช้าที่แดดไม่จัด เพื่อให้ปุ๋ยไหลลงไปสู่ส่วนต่าง ๆ ได้อย่างทั่งถึงและระเหยช้า บริเวณราก ลำต้นและใบเป็นบริเวณที่สามารถดึงดูดแร่ธาตุไปใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะส่วนของราก การให้ปุ๋ยไม่ควรให้โดนดอกเพราะจะทำให้ดอกด่าง


ระยะการเจริญเติบโตและพัฒนาต้นกล้วยไม้
1. ลูกกล้วยไม้ เป็นระยะต้นกล้าที่เพิ่งเอาออกจากขวด ต้องการเจริญเติบโตทางต้น ใบและรากอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ต้นสมบูรณ์แข็งแรงเพื่อเตรียมพร้อมการออกดอกต่อไป จึงควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูงเพื่อเร่งต้นและใบ และปุ๋ยฟอสฟอรัสสูงเพื่อเร่งระบบราก ซึ่งอาจจะให้ปุ๋ยอัตรา 3:1:1 และ 1:2:1 อย่างละครั้งต่อเดือน และให้ปุ๋ยสูตรเสมอ (1:1:1 ) 2 ครั้งต่อเดือน จนครบ 4 ครั้งต่อเดือนหรือสัปดาห์ละครั้ง ควรให้ปุ๋ยในอัตราประมาณ 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ในฤดูฝนอาจให้เพิ่มขึ้น
2. ไม้รุ่น คือ ต้นกล้วยไม้ที่มี 4 ลำขึ้นไปและใกล้ออกดอก ระยะนี้ควรให้ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูงเพื่อเร่งการแทงช่อดอก ควรให้ปุ๋ยอัตรา 1:2 :1 2 ครั้ง และปุ๋ยอัตรา 1:1:1 2 ครั้ง ใน 1 เดือน โดยให้ปุ๋ยในอัตราประมาณ 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ในฤดูฝนอาจให้เพิ่มขึ้น
3. ไม้เริ่มออกดอก ระยะนี้ควรให้ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสและโปแตสเซียมสูง ซึ่งอาจให้ปุ๋ยสูตร 16-21-27 สลับกับสูตรเสมอ เช่น 20-20-20 โดยให้ปุ๋ยในอัตรา 50-100 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

4. ไม้แทงช่อ หลังจากต้นกล้วยไม้แทงช่อควรให้ปุ๋ยที่มีโปแตสเซียมสูงเพื่อช่วยให้ดอกมีคุณภาพดีและใช้งานได้นานขึ้น ซึ่งอาจให้ปุ๋ยสูตร 10-20-30 สลับกับสูตรเสมอ เช่น 20-20-20


สภาพแวดล้อมบริเวณปลูกเลี้ยงกล้วยไม้

              สภาพแวดล้อมมีผลต่อการเลือกใช้ปุ๋ยและปริมาณปุ๋ย จึงจะทำให้กล้วยไม้เจริญเติบโตได้ดี เช่น ฤดูกาล ในฤดูร้อนจัดไนโตรเจนจะระเหยอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงต้องให้ปริมาณไนโตรเจนสูงกวาในฤดูอื่น ในฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่ต้นกล้วยไม้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จึงต้องให้ปุ๋ยในปริมาณเพิ่มมากขึ้น ในทางตรงข้ามในฤดูหนาวต้นกล้วยไม้จะพักตัว ดังนั้นจึงให้ปุ๋ยน้อยลงกว่าปกติ

 

กลับ Homepage