เพลง : ใกล้รุ่ง

	เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๑ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมพรรษาได้ ๑ พรรษา สมเด็จพระบรมราชชนกและ
สมเด็จพระบรมราชชนนี ทรงสำเร็จการศึกษาและเสด็จกลับประเทศไทย ครั้งนั้นได้ประทับที่วังสระปทุม ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิรา
บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า อีกหนึ่งปีต่อมา ในเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๗๒ สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงพระประชวร และสิ้น
พระชนม์ เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ในปีเดียวกัน
	พระปรีชาสามารถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้นพสกนิกรชาไทยต่างทราบ ซึ้งกันดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ
ปกครอง การแก้ไขปัญหาดูแลทุกข์สุขของประชาชน การกีฬา ศิลปะ และการดนตรี

	ในด้านการดนตรีนั้น พระองค์ท่านทรงพระปรีชาสามารถเทียบเท่ากับศิลปินเอก  ทางด้านดนตรีของโลก  บทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลง
แล้วเพลงเล่า ที่พระองค์ท่านพระราชทานให้กับพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาค   มีทั้งความไพเราะ  ลึกซึ้งกินใจ เตือนสติคนไทยให้หันหน้าเข้าหากันมีความ
สามัคคี  หรือบางบทเพลงที่ให้  ความสนุกสนานทรงทำออกมาได้อย่างลึกซึ้ง พระปรีชาสามารถทางการดนตรีเช่นนี้ ก็ไม่น่าแปลกใจอะไร ที่พสกนิกร
คนไทยทั่วหน้าจะถวายให้พระองค์ท่านเป็น"คีตราชัน"

	พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ  ทรงสนพระทัยในเรื่องดนตรี  ตั้งแต่ครั้นทรงพระเยาว์  ขณะที่ทรงศึกษา  ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
พร้อมพระเชษฐา  พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล  รัชกาลที่  8  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ฯ  ทรงโปรดเครื่องดนตรีประ
เภทเครื่องเป่าลมลิ้นไม้ไผ่ หรือ WOODWIND เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเครื่องดนตรีในตระกูล แซกโซโฟน และคาริเนท

	พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ฯ  ทรงศึกษา และฝึกฝนทางด้านดนตรีตามแบบฉบับการศึกษาวิชาดนตรี อย่างแท้จริง   โดยการฝึกตาม
โน้ตและการบรรเลงแบบคลาสสิค  ทั้ง ๆ  ที่พระองค์มีพระราชหฤทัยโปรดที่ จะทรงดนตรีในแบบแจซซ์ (JAZZ) มากกว่า  แต่ก็ต้องทรงฝึกตามหลัก
วิชาการอย่างเข้มงวดและจริงจังตลอดระยะเวลา 2 ปี โดยมีพระอาจารย์ชาวอังกฤษ  คอยถวายคำแนะนำอย่างใกล้ชิด 

	เมื่อทรง ศึกษาเรียนรู้ และฝึกฝนดนตรีขั้นพื้นฐานจนมีความชำนาญดีแล้ว จึงเริ่มศึกษา และทรงดนตรีในแนวที่ โปรดปราน คือแจซซ์
อย่างจริงจัง โดยมีพระเชษฐา คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรเมนทรมหา อานันทมหิดล ซึ่งสนพระทัยในดนตรีแนวบลูส์ (BLUES) คอยให้คำ
แนะนำอยู่ตลอดเวลา

	เมื่อพระองค์หันมาฝึกฝนดนตรี JAZZ อย่างจริงจังจนมีความสามารถ เข้าร่วมสมทบกับวงดนตรีได้ เครื่องดนตรีที่ทรงโปรดปรานมากที่สุด
คือ โซพราโน แซกโซโฟน (SOPRANO SAXOPHONE) และทรงเล่นเครื่องดนตรีชิ้นนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนี้ก็เพราะว่า พระองค์ทรงฝึกฝน โซพราโน
แซกโซโฟน โดยการเป่าสอดแทรกแบบอิสระ (หรือที่นักดนตรีรุ่นเก่าเรียกกันว่า "บายฮาร์ท" หรือทาง แจซซ์เรียกว่า "อิมโพรไวศ์") กับแผ่น
เสียงของ ซิดนีย์ บาเชท์ (SYDNEY BACHET) นักเป่า โซพราโน แซกโซ โฟน ที่มีชื่อเสียงของโลก จึงไม่น่าแปลกใจอะไรเลย ที่ทรงดนตรี ชิ้นนี้
ได้อย่างยอด เยี่ยม จนนักดนตรี แจซซ์ระดับโลกอย่าง เบนนี กูดแมน (BENNY GOODMAN) นักเป่าคาริเนท และหลุยส์ อาร์มสตรอง (LOUIS
ARM-STRONG) นักเป่าทรัมเพท ที่เคยร่วมแสดงดนตรีกับพระ องค์ท่าน ถึงกับกล่าวยกย่องว่าถ้าพระองค์เป็นสามัญชนธรรมดา พระองค์จะเป็น
นักดนตรีแจซซ์ ที่มีชื่อ เสียงก้องโลกทีเดียว !

	
	เมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเพียโน และ กีตาร์เพิ่มขึ้น เพื่อใช้ประ กอบในการพระราชนิพนธ์เพลง ซึ่ง
ในส่วนของการพระราชนิพนธ์เพลงนั้น พระองค์ทรงมีเค้าที่จะทรง พระราชนิพนธ์เพลงขึ้นมา เป็นท่อนเป็นตอนแล้วแต่ยังไม่จบสมบูรณ์ ครั้นเมื่อ
เสด็จทรงพระราชดำเนิน ตามสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวปรเมนทรมหาอานันทมหิดลเสด็จนิวัตพระนครในปี พศ. 2488 ก็ได้ทรงพระ กรุณาโปรด
เกล้า ฯ ให้เชิญนักดนตรีสมัครเล่น ผลัดกันเข้าไปร่วมบรรเลงกับพระองค์ท่าน เช่น มล. อุดม สนิทวงศ์ คณะของมรว.เสนีย์ ปราโมช และคณะ
ของนายวิลาส บุนนาค

	เมื่อเสด็จนิวัตประเทศไทย และทรงทราบว่า มจ. จักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ทรงเป็นนักแต่งเพลงสมัคร เล่นท่านหนึ่ง ที่มีความสามารถ
ประกอบกับ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรเมนทรมหาอานันทมหิดล และพระ เจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน ทรงสนพระทัยการพระราชนิพนธ์อยู่บ้างแล้ว จึงมี
พระราชดำรัสสั่งให้เข้า เฝ้า และให้นำเพลงที่ทรงแต่งไปถวายเป็นตัวอย่างด้วย เมื่ออยู่ต่อหน้าพระที่นั่ง ทรงมีพระราชดำรัส ถามถึงการแต่งเพลงว่า มี
ปัญหาอะไรบ้าง ซึ่ง มจ. จักรพันธุ์ ฯ หรือ "ท่านจักร" ได้กราบบังคมทูลว่าเพลง ทั่วๆ ไปไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นเพลงบลูส์ ยังไม่สามารถที่จะแต่งได้

	สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรเมนทรมหาอานันทมหิดล จึงทรงสาธิตด้วย เพียโน และโปรดเกล้า ฯ ให้ พระ อนุชาทรงเป็นผู้บรรยาย ท่านจักรจึง
ถวายข้อคิดเห็นว่า โดยที่มีพื้นฐานทางด้านดนตรี มาเป็นอย่างดี น่าจะทรงพระราชนิพนธ์ด้วยพระองค์เอง แต่พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสว่า พระ
อนุชาควรจะ ทรงพระราชนิพนธ์ต่อ เพราะทรงได้ดีมาเป็นท่อนเป็นตอน แต่ยังไม่จบเพลงเท่านั้นดังนั้นพระบาท สมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวปรมินทรมหา
อานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 จึงทรงสรุปพระราชทาน ให้ท่านจักร ไปทรงแต่งเพลง บลูส์ ตามที่ให้พระราชทานคำแนะนำไป โดยพระองค์เองก็จะทรง
พระราชนิพนธ์ ด้วยภายหลังประมาณ ต้นปี พศ. 2489 ซึ่งขณะนั้นยังทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช อยู่ เมื่อได้ ทรงพระราชนิพนธ์เสร็จแล้ว จึงได้
ทรงนัดหมายให้ท่านจักรเข้าเฝ้า และให้ทรงแต่ง คำร้องด้วยตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จึงทรงมีการพระราชนิพนธ์เพลงขึ้นและได้โปรดเกล้า ฯ พระราชทาน
ไปยังวงดนตรีต่างๆ ในสมัยนั้น เช่นวงดนตรี สุนทราภรณ์ วงดนตรีดุริยโยธิน รวมทั้งวงดนตรีประจำมหา วิทยาลัยต่างๆ ในโอกาสต่อมาด้วย นอกจาก
จะทรงมีพระปรีชาสามารถทางศิลปการดนตรีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระ ปรีชาสามารถในทางด้านศิลปการละครอีกด้วย โดยได้
ทรงพระราชนิพนธ์เพลงชุดแสงเดือนขึ้นเป็นเพลง พระราชนิพนธ์ที่ใช้ประกอบลีลาแสดงระบำปลายเท้า (บัลเลท์) ซึ่งได้เปิดการแสดง ณ เวทีลีลาศ
สวนอัมพรปรากฏเป็นที่นิยมของประชาชนโดยทั่วกัน และอยู่ในความทรงจำทุกวันนี้นอกจากเพลงแสงเดือน แล้ว พระองค์ยังได้ทรงพระราชนิพนธ์
เพลงประกอบการแสดงอีกชุด คือมโนราห์ (KINARI SUITE) โดยทรงแยก และเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เอง และได้มีการบรรเลงประกอบ
การแสดงด้วย ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์ดังกล่าวพิสูจน์ได้ชัดว่า ทรงมีพระปรีชาสามารถในการพระราชนิพนธ์เพลงประ กอบ POP LIGHT MUSIC และ
CLASSIC ได้เป็น อย่างดีอีกด้วย

	เพลงพระราชนิพนธ์ เพลงแรกของพระองค์ท่านคือเพลง "แสงเทียน" ซึ่งเป็นเพลงบลูส์ ที่มีท่วงทำนองที่ไพเราะมาก พระองค์โปรด
เกล้า ให้ มจ. จักรพันธุ์ ฯ ทรงแต่งคำร้องถวาย แต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขให้ดีกว่าเดิม จึงยังไม่โปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้
นำออกมาบรรเลง แต่โปรดเกล้า ฯ พระราชทานเพลง "ยามเย็น" และเพลง"สายฝน" ออกมาบรรเลงก่อนตามลำดับ จึงทำให้ คนส่วนมากเข้า
ใจว่าเพลง "ยามเย็น" เป็นเพลง พระราชนิพนธ์เพลงแรก เพลงยาม "ยามเย็น" เป็นพระราชนิพนธ์เพลงที่สองซึ่งทรง พระราชนิพนธ์ขึ้นขณะยังทรง
เป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช และโปรดเกล้า ฯ ให้ มจ. จักรพันธุ์ ฯ ทรงแต่งคำร้องภาษาไทย และให้คุณหญิงนพคุณ ทองใหญ่ ฯ แต่งคำร้องภาษา
อังกฤษ และใช้ชื่อเพลงว่า LOVE AT SUNDOWN ถ้าใครได้ฟังเพลงนี้ ที่ร้องโดย DIANE SCHUR นักร้องแจซซ์ชื่อก้องโลกนัยน์ตาพิการและบรร
เลงโดยวงดนตรีบริทิชเคาท์ซี "คอนแจซซ์" จะต้องยอมรับว่า นี่คือเพลงแจซซ์ที่ดี เพลงหนึ่งของโลก ดนตรี แจซซ ์ทีเดียว

	เพลง "สายฝน" เป็นพระราชนิพนธ์เพลงที่ 3 ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้นำออก บรรเลงเป็นเพลงที่สองต่อ จากเพลง "ยามเย็น" ณ เวที
ลีลาศสวนอัมพรประพันธ์เนื้อร้องภาษาไทยโดย มจ. จักรพันธุ์ ฯ และประ พันธ์เนื้อร้องภาษาอังกฤษ (FALLING RAIN) โดย มจ. จักรพันธุ์ ฯ
และ คุณหญิงนพคุณ ทองใหญ่ ฯ มีข้อสังเกตในการพระราชนิพนธ์ ในระยะเริ่มแรกทรงแปรรูปการพระราชนิพนธ์หลายๆ จังหวะ เริ่มต้นด้วย
BLUES คือเพลงแสงเทียน ต่อมาเป็น FOXTROT ในเพลงยามเย็น และเป็น WALZ ในเพลงสายฝน อีกทั้งยังทรงแปรรูปลีลาของสำเนียง และ
เมโลดี เช่นแบบแจซซ์มาเป็นแบบ POP JAZZ ในลีลาแบบไทยๆ รวมทั้งการเปลี่ยนไปใช้คอร์ดต่างๆ และริเริ่มในคอร์ดที่แปลกๆ ใหม่ๆ อีกด้วย 

	"ใกล้รุ่ง" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ 4 คำร้องภาษาไทยแต่งโดย ดร. ประเสริฐ ณ นคร สำหรับ คำร้องภาษาอังกฤษ (NEAR
DAWN) โปรดเกล้า ฯ ให้คุณหญิงนพคุณ ทองใหญ่ ฯ เป็นผู้ประพันธ์ และโปรดเกล้านำออกบรรเลงครั้งแรกในงานของสมาคมส่งเสริมการเลี้ยง
ไก่แห่งประเทศไทย ในวันที่ 4 มิถุนายน 2489 โดยวงดนตรี สุนทราภรณ์ 

	H.M. BLUES หรือเพลง "ชะตาชีวิต" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในแนว BLUES อีกเพลงหนึ่งที่ ถือว่า ยอดเยี่ยมมากทั้งเนื้อร้อง และ
ทำนอง HOWARD ROBERTS นักกีตาร์ JAZZ ของสังกัด GRP PRODUCTION 

	ที่มีผลงานให้กับ DAVE GRUSIN และ DIANE SCHUUR กล่าวว่าครั้งแรก ที่ได้ยินเพลงนี้เขาไม่เชื่อว่านี่คือผลงานการประพันธ์ของ
พระมหากษัตริย์ไทย หรือ ชาวเอเชีย เพราะเพลงนี้คือเพลง BLUES ของคนผิวดำอย่างแท้จริง คนที่ทำได้ถึงขนาดนี้น่าจะเป็น คนดำ เจ้าตำรับ
BLUES เท่านั้น ! เพลงชะตาชีวิตในภาคภาษาอังกฤษมีเนื้อหาดังน ี้

	WE'VE GOT THE HUNGRY MEN'S BLUES. YOU'LL BE HUNGRY TOO IF YOU' RE IN THIS BAND. DON'T YOU THINK THAT OUR
MUSIC IS GRAND ? WE'VE GOT THE HUNGRY MEN'S BLUES. WE'D LIKE TO EAT WITH YOU TOO, THAT'S WHY WE'VE GOT THE H.M.
BLUES.


	เพลงนี้พระราชนิพนธ์หลังจากเสวยราชสมบัติแล้ว และเสด็จแปรพระราชฐานไปประเทศ สวิสเซอร์ แลนด์ พระองค์ได้ทรงดนตรี
ในงานรื่นเริง ที่ได้ทรงเชิญข้าราชบริพารไปร่วมงานเป็นการส่วนพระองค์ และได้โปรดเกล้า ฯ ให้ มจ. จักรพันธุ์ ฯ ทรงแต่งคำร้องภาษาอังกฤษ
ใส่ในทำนองที่ทรงพระราชนิพนธ์ ขึ้นมา โดยให้ชื่อเพลงว่า H.M. BLUES เพื่อเป็นปริศนาว่า H.M. แปลว่าอะไร และส่วนใหญ่มีความเห็นว่า
หมายถึง HIS MAJESTY BLUES แต่แท้ที่จริงแปลว่า HUNGRY MEN'S BLUES เพราะเหตุ ว่าทรงบรรเลงตั้งครึ่งคืนในงานนั้น โดยมิได้เสวย
อะไรเลย แต่ในขณะเดียวกัน ข้าราชบริพารที่มาร่วมในงานต่างไดรับพระราชทานอาหารอย่างอิ่มหนำสำราญ สำหรับคำร้องภาษาไทยได้โปรด
เกล้า ฯ ให้ ดร. ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้แต่งคำร้องแต่เนื่อง จากในเวลานั้นเนื้อเพลงภาษาอังกฤษและโน้ตเพลงอยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ ดร.
ประเสริฐไม่ทราบความ หมาย จึงใส่คำร้องภาษาไทยที่มีความหมายออกมาคนละแบบ

	 เพลง "ดวงใจกับความรัก" เป็นเพลงที่พระราชนิพนธ์ขึ้นมาในช่วงเวลาที่เสด็จขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ ใน ต้นปีพศ. 2489 และในปีนี้
เอง ได้เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาต่อ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิสเซอร์ แลนด์ และขณะที่ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้ทรงดนตรีกับวงดนตรี "กระป๋อง"
โดยโปรดเกล้า ฯ ว่าถ้าใครไม่ อายก็ให้เข้ามา ร่วมบรรเลงได้ เพลงนี้โปรดเกล้า ฯ ให้ มจ. จักพันธุ์ ฯ ใส่เนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ และ ทรงให้ชื่อว่า
NEVER MIND THE HUNGRY MEN'S BLUES เป็นเพลงที่พระราชทาน ให้หลังจากเสวยพระกระยาหารในงานรื่นเริงส่วนพระองค์ เป็นการตอบปริศนา
ของ คำว่า H.M. BLUES ด้วย BLUES DAY หรือ "อาทิตย์อับแสง" เป็นเพลงที่ พระราชนิพนธ์ ขณะที่เสด็จประทับแรมบนเขาใน เมือง DAVOS เพลงนี้
โปรดเกล้า ฯ ให้ มจ. จักพันธุ์ ฯ ทรงแต่งคำร้องภาษาไทยด้วย และได้โปรดเกล้า ฯ ให้ MICHEL TODD PRODUCTION นำออกแสดงในกรุงนิวยอร์ค
ร่วมกับเพลง สายฝนด้วย เพลงพระราชนิพนธ์ในช่วงแรกๆ นั้นจะเป็นเพลงทั่วๆ ไปที่มีความไพเราะ และซาบซึ้งเป็นที่ประทับใจ ของพสกนิกรเป็น
อย่างมาก ต่อมาทางมหาวิทยาลัยต่างๆ จึงได้ขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขอพระราชทานก่อน 
โดย มรว.สุมนชาติ สวัสดิกุล เป็นผู้ขอ พระราชทาน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและโปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้แล้ว
ทางจุฬา ฯ ได้ขอพระราชทาน คำร้องอีกซึ่งได้โปรดเกล้า ฯ ให้ทางจุฬาประพันธ์คำร้องเอง เนื่องจากเพลงพระราชนิพนธ์ในระยะแรก ส่วนใหญ่เป็น
เพลงที่ทรงใช้ SCALE แบบสิบสองห้องหรือ CROMATIC SCALS ที่ใช้คอร์ดสลับซับซ้อน และพัฒนาออกไปไกลมากเลย ทำให้เป็นเพลงที่จำยาก ซึ่ง
ต่อมาพระองค์ได้ปรารภว่าแม้แต่เพลงที่ใช้เสียงเพียง 5 เสียง หรือ PENTATONIC SCALE ก็สามารถแต่งให้มีความไพเราะได้เช่นกัน จึงโปรดเกล้า ฯ
ให้มจ. จักพันธุ์ ฯเริ่มวรรคแรกโดยใช้ SCALE 5 เสียงก่อน จากนั้นพระองค์จึงทรงต่อจนจบเพลง และเมื่อ ทางจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้ขอพระราช
ทานเพลง ประจำมหาวิทยาลัยมาจึงได้โปรดเกล้า ฯ พระราชทานทำนองเพลงแบบใช้ PENTATONIC SCALE คือ 5 เสียงซึ่งได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้
ก่อนแล้วให้ทางจุฬา ฯ นำไปใส่คำร้องเองภายหลัง คุณหญิงสมโรจน์ สวัสดิกุล ณ อยุธยา และนายสุพร ผลชีวิน ได้ประพันธ์ คำร้องขึ้นถวายในวันส่ง
ท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ระหว่างปีพ.ศ. 2494-2495 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์จะพระราชทานพรให้แก่พสกนิกร โดยใช้
บทเพลงแทนการพระราชทานพร 

	จึงโปรดให้ผู้ใกล้ชิดร่วมแต่งเพลง "พรปีใหม่" ขึ้น และได้โปรดเกล้าให ้มจ.จักรพันธ์ ฯ ทรงเป่าแซกโซโฟนในช่วงแรก และช่วงที่สาม
โดยพระองค์จะทรงเป่าในช่วงที่สอง และสี่สลับไปจนครบทำนองเป็นเพลง แล้วแต่งคำอวยพรในบทเพลงตอนนั้นเลย ซึ่งเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง เนื่อง
จากในคืนนั้นมีจำนวนจำกัด จึงโปรดเกล้า ฯ พระราชทานให้แก่วงดนตรี เพียงสองวงเท่านั้น คือวงดนตรีของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงสุนทรา
ภรณ์ ซึ่งกำลังแสดงอยู่ที่โรงหนังศาลาเฉลิมไทย เพลง "พรปีใหม่" นี้คงบรรเลงกัน เรื่อยมาทุกๆ ปี จนถึงปัจจุบันนี้ เพลง "ลมหนาว" ก็เป็นพระ
ราชนิพนธ์อีกเพลงหนึ่ง ที่มีทำนองที่ไพเราะมาก เพลงนี้พระราชนิพนธ์ขึ้น มาหลังจากเสด็จนิวัตพระนครเป็นการถาวรแล้ว โดยที่ได้พระราชทาน
เพลงนี้ในงานประจำปี ของนัก เรียนเก่าอังกฤษ "LOVE IS SPRING" และทรงแต่งคำร้องภาษาไทยชื่อ "ลมหนาว" ต่อมาในภายหลัง
ด้วย

	LAY KRAM GOES DIXIE หรือเพลง "ศุกร์สัญลักษณ์" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่ทรงขึ้นสำ หรับการบรรเลงเปิด และปิดของวงดนตรี 
"ลายคราม"ซึ่งถือเป็นเพลงประจำวง เช่นเดียวกับเพลง "ไกลกังวล" (WHEN) เพลงประจำของวงอส. วันศุกร์ เพลง "ศุกร์สัญลักษณ์" นี้ ท่วงทำนอง 
และจังหวะ เป็น JAZZ ในแบบ DIXIELAND ที่สนุกสนานมาก เพลงนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ มรว. เสนีย์ ปราโมช ซึ่งขณะนั้นเป็นลูกวงประจำ
วงดนตรี"ลายคราม"เป็นผู้แต่งคำร้องถวาย


	
	ในยุคสมัยที่ภาวะบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีน้ำพระทัยเต็มเปี่ยม ไปด้วยความห่วงใย ความเสียสละ
เพื่อพสกนิกร เราจะเห็นได้ว่าพระองค์ท่านเริ่มทรงพระราชนิพนธ์ เพลงปลุกใจเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชน เสียสละเพื่อส่วนรวม และเพื่อให้
พสกนิกรร่วมแรง ร่วมใจ กัน พัฒนาบ้านเมือง

       "เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ ซึ่งทรงขึ้นและโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นเพลง ประจำวงอส. วันศุกร์อีกเพลง ต่อมาภายหลัง
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทูลขอพระราชทานให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค แต่งคำร้องภาษาไทย เนื้อร้องมีความหมายเตือนใจให้
คนไทยคิดถึง ชาติบ้านเมือง เพลง "ความฝัน อันสูงสุด" เกิดขึ้นมาเนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมี พระราชเสาวนีย์ ให ้
ท่านผู้หญิง มณีรัตน์ บุนนาค เขียนคำกลอนเตือนใจ แล้วพิมพ์แจกข้าราชการทหาร พลเรือนมิให้ท้อถอย ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อประเทศชาติ ต่อมา
ภายหลังสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้กราบทูลขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ใส่ทำนองเพราะฉะนั้นเพลง "ความฝันอันสูงสุด"เป็นพระราช
นิพนธ์เพลงแรกที่เขียนคำร้องก่อน แล้วใส่ทำนองทีหลัง "เราสู้" เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่ทรงจากคำร้อง แล้วใส่ทำนองทีหลัง เป็นเพลงที่สองต่อ
จากเพลง "ความฝันอันสูงสุด" คำร้องเป็นพระราชดำรัสที่พระราชทานต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติ ซึ่งได้เข้าเฝ้า ณ พระตำหนักจิตรลดาต่อมาอาจารย์
สมภพ จันทรประภา ได้ขอพระราชทานดำรัสนี้ มาเขียนเป็นโคลง กลอนถวาย และมาทรงใส่ทำนองในตอนหลัง และได้พระราชทานเพลงนี้ เป็นของ
ขวัญปีใหม่แก่ทหาร และตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อพระราชนิพนธ์เพลงนี้เสร็จใหม่ๆ ได้พระราชทานให้วง อส. วันศุกร์ นำไปบรรเลงก่อน ต่อมา
ได้นำกลับมาแก้ไข และเรียบเรียงใหม่ เพลงในรุ่นหลังๆ นี้ มีพระราช ประสงค์ ให้นักดนตรีทุกคนมีส่วนเข้าร่วมแก้ไขปรับปรุงทำนองด้วยและทรงมี
พระราชดำรัสแบบติด ตลกว่า "การแต่งแบบนี้เรียกว่าการแต่งแบบสหกรณ์"


	
	"แสงเดือน" เป็นเพลงที่ทรงขึ้น เมื่อเสด็จกลับมาประทับในเมืองไทยเป็นการถาวรในภายหลังได้ ทรง
นำเพลงนี้ไปแสดงประกอบลีลาในงานพระราชกุศล เป็นฉากการแสดงลีลา และลำนำที่สวยงามประทับ ใจมาก นับเป็น
ROYAL PRODUCTION ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงโดย ใช้เพลงพระราชนิพนธ์ บทนี้

	"มาร์ชราชนาวิกโยธิน" เพลงนี้ พล ร.ต. สนอง นิสาลักษณ์ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธินขณะนั้น ได้
กราบ บังคมทูลขอพระราชทานเพลงประจำกรมนาวิกโยธิน ซึ่งได้โปรดเกล้า ฯ พระราชทาน ให้เมื่อ วันที่ 28 มิถุนายน
2502 ในโอกาสที่นาวิกโยธินอเมริกันประจำกองเรือรบที่ 7 ของสหรัฐอเมริกา เดินทางมาเยือน ประเทศไทย เพลง
นี้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วพระราชทานให้แก่กรมนาวิกโยธินนำ ออกมาบรรเลงต้อนรับนาวิกโยธิน
สหรัฐอเมริกัน ได้ทันพอดี

	
	A LOVE STORY (KINARI SUITE) เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่ทรงแต่งขึ้นประกอบการแสดง ระบำปลาย เท้าชุด "มโนราห์" โดยทรงเรียบ
เรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เอง ต่อมาภายหลัง ท่านผู้ หญิงมณีรัตน์ ฯ และมล. ประพันธ์ สนิทวงศ์ ได้แต่งคำร้องภาษาไทยนำขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวาย
ชื่อเพลง "ภิรมย์รัก" ALEXANDRA เป็นพระราชนิพนธ์ ที่ได้ทรงขึ้นเฉพาะการรับเสด็จ เจ้าหญิงอเลกซานดรา แห่งเคนท์ ซึ่งเสด็จมาเยือนไทย เป็นการ
ส่วนพระองค์ เนื้อร้องมีดังนี้

	ALEXANDRA WELCOME TO THEE HERE IN THIS LAND OF SUNSHINE AND OF FLOWERS MAY YE BE BLESSED BY THE
BLESSING THAT HAS MADE OUR COUNTRY HAPPY 


	เพลงนี้นำออกมาใช้เพียงครั้งเดียว และไม่ได้ใช้อีกเลย ต่อมาสมเด็จพระบรมราชินีนาถโปรดเพลงปลุกใจให้รักบ้านเมือง ทรงเห็นว่าเพลง
นี้น่าจะใส่คำร้องภาษาไทยได้จึงได้ทูลขอราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ใส่เนื้อร้อง
ภาษาไทยชื่อเพลง "แผ่นดินของเรา"STILL ON MY MIND เป็นพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่ทรงเขียนคำร้องเป็นภาษาอังกฤษด้วย พระองค์เองส่วนคำ
ร้องภาษาไทยชื่อเพลง"ในดวงใจนิรันดร์" ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ ดร. ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้แต่ง โดยแปลจากคำร้องภาษาอังกฤษวรรคต่อวรรคเพื่อให้
ได้ความหมายเดิมของพระราชนิพนธ์ไว้ด้วยECHO เป็นเพลงที่ได้ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง และได้โปรดเกล้า ฯ ให้ ดร.
ประเสริฐณ นคร แต่งคำร้องภาษาไทย และให้ชื่อภาษาไทยว่า "แว่ว" ซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ เพลงที่ 40 และได้โปรดเกล้า ฯ ให้นำ ออกบรรเลง
ครั้งแรกในงานสังคีตมงคล เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2509 ตรงกับปีที่มีพระชนม์ ครบ 40 พรรษาพอดี โอกาสนี้ขออัญเชิญคำร้องภาษาอังกฤษพร้อม
โนท ซึ่งเป็น ลายพระหัตถ์ของพระองค์ท่านเอง มาเสนอพร้อมกัน ณ ที่นี้ด้วย


	
	ในยุคสมัยที่ภาวะบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีน้ำพระทัยเต็มเปี่ยม ไปด้วยความห่วงใย ความเสียสละ
เพื่อพสกนิกร เราจะเห็นได้ว่าพระองค์ท่านเริ่มทรงพระราชนิพนธ์ เพลงปลุกใจเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชน เสียสละเพื่อส่วนรวม และเพื่อให้
พสกนิกรร่วมแรง ร่วมใจ กัน พัฒนาบ้านเมือง

	ดร. ประเสริฐ ณ นคร เคยเล่าถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านว่า มีอยู่คราวหนึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ พระองค์ท่านทรงเป็นเหมือนนัก
ประพันธ์เพลง หรือปราชญ์ของ โลก คือเวลาที่ทรงเกิด แรงบันดาลใจ ขึ้นมาจะทรงหยิบฉวยเศษกระดาษหรือซองจดหมายขึ้นมา แล้วตีเส้นโนท 5
เส้น แล้วทรงพระราช นิพนธ์ ทำนองเพลงออกมาได้โดยฉับพลัน 

	พระปรีชาสามารถอีกอย่างหนึ่งของพระองค์ท่านคือ การนำโนทดนตรี ของเครื่อง ดนตรีชนิดหนึ่ง มาทรงกับ เครื่องดนตรีอีกชนิด
หนึ่ง อาจารย์แมนรัตน์ ศรีกรานนท์ เคยเล่าให้ฟังว่ามีนักดนตรีวง "ลายคราม" นำ โนทดนตรีที่เล่นกับเครื่องเป่าทรัทเพท มาถวาย พระองค์ท่าน
นำโนตดนตรีนั้น มาทรงเล่นกับ เพียโน ได้ โดยไม่ผิดเพี้ยน ทั้งทำนองและจังหวะ

	
	พระราชนิพนธ์ของมหากษัตริย์ไทย ที่ BENNY GOODMAN และ LOUIS ARMSTRONG ถวายพระเกียรติให้พระองค์ท่านเป็นนักดนตรี
JAZZ เอกของโลก...สำหรับ พสกนิกรชาวไทยแล้ว พระองค์ท่านคือ " คี ต ร า ชั น " อย่างแท้จริง


ฟังเพลงพระราชนิพนธ์
************************************************************************* ที่มา : http://www.music.su.ac.th/the%20king%20of%20jazz/HIS%20MAJESTY.html
กลับหน้าหลัก