www.Rxplant.com                        จัดทำโดย นายมนตรี ชมภูคำ  รหัสนิสิต 47210448 คณะ เภสัชศาสตร์

           เว็บไซต์นี้จะนำเสนอเฉพาะพันธุ์พืชบางชนิดเท่านั้น

 

ไม้ประดับใบที่น่าสนใจ

ไม้ประดับดอกที่น่าสนใจ

รวมรูปพรรณไม้ต่างๆ

ประวัติผู้จัดทำ

กล้วยไม้

 

ชื่อสามัญ   Orchid

ชื่อวิทยาศาสตร์    -

วงค์   ORCHIDACEAE

สกุลกล้วยไม้ที่ปลูกเป็นไม้มงคล

1. แพฟิโอเพดิลั่ม : Paphiopedilum Slipper orchid
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Paphiopedilum sp.
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : รองเท้านารี

2. คัทลียา : Cattleya
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cattleya hybrids.
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : ราชินีกล้วยไม้

3. แวนด้า : Vanda
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vanda Teres.
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : ฟ้ามุ้ย เอื้องโมกข์

4. เด็นโดรเบี้ยม : Dendrobium
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Dendrobium.
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : หวาย

5. แอริดิส : Aerides
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Aerides
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น :เอื้องกุหลาบ หนวดพราหมณ์

6. รินคอสไตลิส : Rhynchostylis
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rhynchostylis sp.
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : ช้างกระ ช้างเผือก

7.. แวนด๊อพซีส : Vandopsis
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Vandopsis gigantea.
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : พญาฉัททันต์ เขาพระวิหาร ลานนาไทย

8.. แอสโคเซ็นตรั้ม : Ascocentrum
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ascocentrum sp.
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : เข็มแดง เข็มม่วง

9.. ดอไรทิส : Doritis
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Doritis pulcherrima.
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : กล้วยไม้ม้าวิ่ง แดงอุบล

10.. ไตรโคกล๊อตติส : Trichoglottis
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Trichoglottis fuscearta
วงค์ : ORCHIDACEAE
ชื่ออื่น : เสือโคร่ง

ลักษณะทั่วไป
      กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีลำต้นเป้นข้อปล้อง ผิวเปลือกเรียบบางสีเขียว การเจริญของลำต้นโดยการแยกหน่อออกจากข้อ กล้วยไม้บางชนิดเรียกส่วนของข้อและปล้องว่าลำลูกกล้วยบางชนิดมีระบบรากแบบกึ่งอากาศใบเรียงตัวสลับกันตามข้อลักษณะใบ
เรียบสีเขียว ขนาดของใบและลักษณะอื่น ๆ แตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์ ดอกออกเป็นช่อตามส่วนยอดหรือข้อของลำต้น ช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 10-30 ดอก ลักษณะดอกมีเดือยอยู่ตรงกลาง กลีบดอกแยกออกเป็นส่วน ๆ เรียงตัวกันรอบเกสร มีกลีบดอกประมาณ 5 กลีบซึ่งมีสีสรรและขนาดของดอกแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์

การปลูก วิธีที่นิยมปลูกมี 2 วิธี คือ

        1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงแบนแบบแหวนห้อยได้ จะเป็นกระถางไม้ หรือกระถางดินเผาก็ได้แต่ต้องเป็นชนิดที่โปร่งระบายน้ำได้ดีเพราะกล้วยไม้ใช้รากในการหายใจด้วยและยึดเกาะทรงต้นให้แข็งแรงด้วยขนาดกระถางปลูก6-12นิ้วถ้าใช้กระถางทรงสูงก็ได้ต้องใช้ไม้หลักที่หุ้มด้วยกาบมะพร้าวปักไว้ตรงกลางกระถางเพื่อให้รากยึดเกาะสำหรับวัสดุที่ใช้ปลูกนั้นได้แก่ดินผสมพิเศษหรือกาบมะพร้าวซึ่งลักษณะการปลูกขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ถ้าใช้เพื่อประดาบภายในอาคาร ควรให้ได้รับแสงบ้างอย่างน้อย 3 - 5 วันต่อครั้ง
         2.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนนิยมใช้ไม้หลักที่หุ้มด้วยกาบมะพร้าวเพื่อให้รากยึกเกาะจะปลูกในแปลงปลูกบริเวณบ้าน หรือทำเป็นสวนขนาดใหญ่ก็ได้ส่วนการปลูกแบบให้เกาะกับต้นไม้อื่นเช่นต้นไม้ยืนต้นวิธีปลูกโดยนำเอากาบมะพร้าว
มาห่อหุ้มส่วนรากหรือโคนของกล้วยไม้เอาไว้ เพื่อให้ยึดติดกับต้นไม้ยืนต้นนั้นไว้ การปลูกแบบนี้ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ด้วยการดูแลรักษาแสง ต้องการแสงแดดรำไร หรือปานกลาง

         น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 3 - 5 วัน / ครั้ง
         ดิน ดินผสมพิเศษ กาบมะพร้าว
         ปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ผสมพิเศษ หรือปุ๋ยเคมี สูตร 10-10-10 5-10-5 อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก ละลายน้ำฉีดพ่นตาม
ใบ ควรให้ 1 - 2 เดือน / ครั้ง
         การขยายพันธุ์ การแยกหน่อ การปักชำ การเพาะเนื้อเยื่อ

       โรคและวิธีป้องกัน
        โรคเน่าดำ (Black not disease) อาการ ใบและลำต้นมีรอยเป็นสีดำ ต่อมาทำให้ใบเหี่ยวหลุดร่วง
          การป้องกัน

        - อย่าให้น้ำแฉะเกินไป
       - รักษาความสะอาดอุปกรณ์และเครื่องมือปลูก
         การรักษา ตัดหรือทำลายส่วนที่เป็นโรคทิ้ง หรือใช้ 8 ไฮดร๊อคซี่ควิโนลิ่น ซัลเฟต อัตราส่วนและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก

        โรคเหี่ยว Fusarium wilt   อาการ ใบและลำต้น มีสีเหลืองซีด แห้ง บิดงอ
         การป้องกัน

         - อย่าให้น้ำแฉะหรือมากเกินไป
         - รักษาความสะอาดอุปกรณ์และเครื่องปลูก
         การรักษา นำต้นที่เป็นโรคเผาทำลาย
        ศัตรู เพลี้ยไฟ  อาการ กลีบดอกแห้งและร่วง
         การป้องกัน ใช้ยาคลอเดน 75% อัตราและคำแนะนำการใช้ระบุไว้ตามฉลากฉีดพ่น บริเวณใบและดอกขณะดอกยังตูม
         การกำจัด ใช้ยานิโคตินซัลเฟต 40% อัตราและคำแนะนำการใช้ระบุไว้ตามฉลากไม้ประดับภายนอกอาคาร