อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

ประวัติ:ในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯมีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมืองและประตูเมืองโบราณล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสบริเวณพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยครอบคลุมพื้นที่กว่า70 ตารางกิโลเมตร และมีโบราณสถานสำคัญที่น่าชมมากมาย

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง ห่างจากตัวจังหวัดสุโขทัยไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑๒ กิโลเมตร ถนนจรดวิถีถ่อง ทางหลวงหมายเลข 12 สายสุโขทัย-ตาก ในอดีตเมืองสุโขทัยเคยเป็นราชธานีของไทยมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และเศรษฐกิจ ภายในอุทยานฯ มีสถานที่สำคัญที่เป็นพระราชวัง ศาสนสถาน โบราณสถาน โดยมีคูเมือง กำแพงเมือง และประตูเมืองโบราณล้อมรอบอยู่ในรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส บริเวณพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยครอบคลุมพื้นที่กว่า 70 ตารางกิโลเมตร และมีโบราณสถานสำคัญที่น่าชมมากมาย

ประเพณีจังหวัดสุโขทัย

แผนที่

ประวัติจังหวัดสุโขทัย

Is a former state, located on the Yom River Basin, founded in the 18th century as Lavo State Trading Station

ประวัติศาสตร์ไทยก่อนสมัยสุโขทัย

เมื่อประมาณ ๓,๕๐๐ ปี ก่อนพุทธศักราช ชนชาติไทยได้อพยพข้ามเทือกเขาเทียนชาน เดินทางมาจนถึงที่ราบลุ่มอันอุดมสมบูรณ์ ณ บริเวณต้นแม่น้ำฮวงโห และแม่น้ำแยงซีเกียง และได้ตั้งถิ่นฐานอยู่ ณ บริเวณที่แห่งนั้น แล้วละเลิกอาชีพเลี้ยงสัตว์แต่เดิม เปลี่ยนมาเป็นทำการกสิกรรม ความเจริญก็ยิ่งทวีมากขึ้น มีการปกครองเป็นปึกแผ่น และได้ขยายที่ทำกินออกไปทางทิศตะวันออกตามลำดับ ในขณะที่ชนชาติไทยมีความเป็นปึกแผ่นอยู่ ณ ดินแดนและมีความเจริญดังกล่าว ชนชาติจีนยังคงเป็นพวกเลี้ยงสัตว์ ที่เร่ร่อนพเนจรอยู่ตามแถบทะเลสาบแคสเบียน ต่อมาเมื่อ ประมาณกว่าหนึ่งพันปีที่ไทยอพยพเข้ามาอยู่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำเรียบร้อยแล้ว ชนชาติจีนจึงได้อพยพเข้ามาอยู่ในลุ่มน้ำดังกล่าวนี้บ้าง และได้พบว่าชนชาติไทยได้ครอบครอง

กำเนิดลายสือไทย

พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ลายสือไทยหรือตัวหนังสือไทยขึ้นเมื่อมหาศักราช ๑๒๐๕ (พุทธศักราช ๑๘๒๖) นับมาถึงพุทธศักราช ๒๕๒๖ ได้ ๗๐๐ ปีพอดี ในระยะเวลาดังกล่าว ชาติไทยได้สะสมความรู้ทั้งทางศิลปะ วัฒนธรรม และวิชาการต่าง ๆ และได้ถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นสืบต่อกันมา โดยอาศัยลายสือไทยของพรองค์ท่านเป็นส่วนใหญ่ ก่อนสมัยสุโขทัย ชาติไทยเคยรุ่งเรืองอยู่ที่ไหนอย่างไร ไม่มีหลักฐานยืนยันให้ทราบแน่ชัด แต่เมื่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์ลายสือไทยขึ้นแล้ว มีศิลาจารึกและพงศาวดารเหลืออยู่เป็นหลักฐานยืนยันว่า ชาติไทยเคยรุ่งเรืองมาอย่างไรบ้าในยุคสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ในโอกาสครบรอบ ๗๐๐ ปีนี้ คนไทยทุกคนจึงควรน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านโดยพร้อมเพรียงกัน

ศิลาจารึก

ศิลาจารึกเป็นสิ่งที่ให้ความรู้ในด้านภาษาศาสตร์ อักษรศาสตร์ และนิรุกติศาสตร์ เป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของเนื้อหาสาระ ถือเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ ที่แสดงวัฒนธรรมของชนชาติเจ้าของจารึก ว่ามีความเป็นมาอย่างไร พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งยังดำรงพระอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามงกุฏ ขณะทรงผนวชได้เสด็จจาริกไปยังท้องถิ่นต่าง ๆ ทรงค้นพบศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ อันเป็นหลักลายสือไทยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ณ ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ.๒๓๗๖ จากนั้นก็ได้มีการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของศิลาจารึกอีกหลายหลัก ที่กล่าวถึงเหตุการณ์ในสมัยสุโขทัย ศิลาจารึกที่สลักขึ้นในสมัยสุโขทัย ที่มีการชำระ และแปลแล้วนำมาพิมพ์รวบรวมไว้ใน ประชุมจารึกสยามภาคที่ ๑ พ.ศ.๒๔๖๗ มีจำนวน ๑๕ หลัก จากนั้นได้มีการศึกษาเพิ่มเติม และจัดพิมพ์เผยแพร่ โดยมีหอสมุดแห่งชาติเป็นหน่วยหลักหลายครั้ง เฉพาะที่เป็นจารึกสมัยสุโขทัย ได้มีการรวบรวมจัดพิมพ์อีกในหนังสือจารึกสมัยสุโขทัย โดยกรมศิลปากร เนื่องในโอกาสฉลอง ๗๐๐ ปี ลายสือไทย พ.ศ.๒๕๒๖

ประวัติจังหวัดสุโขทัย

จังหวัดสุโขทัย เป็นที่ตั้งอาณาจักรแรกของชนชาติไทยเมื่อ ๗๐๐ ปีที่แล้ว คำว่า "สุโขทัย" มาจากสองคำ คือ "สุข+อุทัย" หมายความว่า "รุ่งอรุณแห่งความสุข" รอยอดีตแห่งความรุ่งเรือง เห็นได้จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นที่รู้จักของชาวไทยและต่างประเทศ ประวัติสุโขทัยเริ่ม พ.ศ. ๑๘๐๐ เมื่อพระยาศรีนาวนัมถมพระบิดาพ่อขุนผาเมืองได้ปกครองเมืองสุโขทัยเรื่อยมาจนสิ้นพระชนม์ ขอมสมาดโขลญลำพงข้าหลวงจากราชอาณาจักรขอมได้เข้ายึดครองเมือง ขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองจ้าวเมืองราดได้ยึดเมืองคืน และสร้างเมืองสุโขทัยขึ้นเป็นราชธานี มีขุนบางกลางหาวพระนามใหม่ว่าพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เป็นปฐมกษัตริย์ปกครองเมืองสุโขทัย อาณาจักรแห่งแรกของประเทศไทย ในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชโอรสของพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ได้แผ่อาณาจักรออกไปกว้างขวางคลุมเขตประเทศไทยเกือบหมด บ้านเมืองเจริญทุกด้าน ไม่ว่าด้านประวัติศาตร์ ยุทธศาสตร์ กฏหมาย การปกครอง เศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรมประเพณี เฉพาะอย่างยิ่งทรงประดิษฐ์อักษรไทยขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๒๖

อุทยานแห่งชาติ(เขาหลวง)

Ramkhamhaeng National Park or Khao Luang, the area of ​​Mueang Sukhothai District

ลักษณะภูมิประเทศ

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทอดตัวอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นราบคล้ายจอมปลวกโดดเด่นอยู่กลางทุ่งนา ประกอบด้วยยอดเขาสำคัญ 4 แห่งด้วยกันคือ ยอดเขาพระเจดีย์ ยอดเขานารายณ์ ยอดเขาภูกา ยอดเขาพระแม่ย่า เป็นแหล่งต้นนำลำธารไหลลงไปหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมรอบๆอุทยานฯ

ลักษณะภูมิอากาศ

สภาพอากาศบนยอดเขาจะหนาวเย็นตลอดปีมีเมฆหมอกปกคลุมมากในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน บางเวลาจะมีลมแรง อุณหภูมิเฉลี่ยโดยประมาณ 12-14 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ฝนจะตกในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม และช่วงอากาศเย็นสบายที่สุดจะฮยู่ระหว่างเดือนธันวาคม-มกราคม

พืชพรรณและสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติรามคำแหง มีสภาพป่าไม้ในเขตนับว่าสมบูรณ์มาก เหมาะแก่การศึกษาวิจัย และการพักผ่อนหย่อนใจ ประกอบไปด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และทุ่งหญ้าธรรมชาติ พรรณไม้ที่สำคัญได้แก่ สัก ตะเคียน มะค่าโมง มะค่าแต้ ประดู ฯลฯ และยังมีพืชสมุนไพรและว่านยาในสมัยกรุงสุโขทัย ขึ้นตามธรรมชาติอีกมากมาย พื้นที่ป่ามีพืชอาหารสัตว์ สัตว์ป่าส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณภูเขาสูง ได้แก่ วัวแดง หมี เก้ง หมูป่า ลิง และเลียงผา เป็นต้น

เส้นทาง

การเดินทางแบ่งออกได้ 2 เส้นทางคือ 1.จากกรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร ตามทางหลวงหมายเลข 101 ถึงอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย แยกทางซ้ายเข้าสู่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ระยะทางประมาณ 16 กม. 2.จากกรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก ตามทางหลวงหมายเลข 117 ถึงจังหวัดสุโขทัย เดินทางต่อมาที่อำเภอคีรีมาศ แยกเข้าสู่อุทยานฯเช่นเดียวกัน

การเดินทาง

การเดินทางเข้าอุทยานฯ มี2เส้นทางคือ 1.จากกรุงเทพ-นครสวรรค์-กำแพงเพชร ตามทางหลวงหมายเลข 101 ถึงอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย แยกซ้ายเข้าอุทยานแห่งชาติประมาณ 16 กิโลเมตร 2.กรุงเทพ-นครสวรรค์-พิษณุโลก ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 117 ถึงจังหวัดสุโขทัย เดินทางต่อเข้าอำเภอคีรีมาศ ตามทางหลวงหมายเลข 101 แยกขวาเข้าอุทยานแห่งชาติรามคำแหง ประมาณ 16 กิโลเมตร

แผนที่

บ้านนาต้นจั่น

news image

บ้านนาต้นจั่น

ตั้งอยู่ในตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัด สุโขทัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้วิถีชีวิต ของคนในชุมชน ในเชิงอนุรักษ์ ได้ท่องเที่ยวสัมผัสกับธรรมชาติแบบครบวงจร โดยได้จัดเป็นที่พักแบบโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยว ได้มาพักร่วมกับเจ้าของบ้านทำกิจกรรมร่วมกันเรียนรู้วิถีชีวิตตามชุมชน บ้านนาต้นจั่นเป็นชุมชมดั้งเดิมอพยพมาจากเมืองเหนือ และเมืองลับแล ภาษาที่ใช้เป็นภาษาเหนือ หมู่บ้านนาต้นจั่นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ มีต้นจั่นขึ้นอยู่มากมาย จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านนาต้นจั่น บ้านนาต้นจั่นสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากบนดอย ประชากรมี 270 ครัวเรือน ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ผลไม้ ปลูกกล้วย ลางสาด ทุเรียน ตามฤดูกาล อาชีพเสริมคือ อาชีพทอผ้า จักสาน ทำหัตถกรรมตอไม้ ชุมชนอยู่กันแบบพี่แบบน้อง เอื้ออาทรต่อกัน มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีการนับถือศาสนาพุทธ มีความเชื่อเรื่องผีและข้อปฏิบัติต่างตามบรรพบุรุษ

news image

กิจกรรมท่องเที่ยว

แวะทานข้าวเปิ๊บ อาหารพื้นเมืองชื่อ จุดแรกที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเมื่อมาถึงบ้านนาต้นจั่น คือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านข้าวเปิ๊บ เป็นจุดแรกที่ทุกคนต้องผ่าน หากต้องการ ไปชมจุด อื่นเพิ่มเติมในหมู่บ้านสามารถติดต่อไกด์นำเที่ยวตามจุดต่างๆ ได้ที่นี่ ข้าวเปิ๊บ หรือ ก๋วยเตี๋ยวพระร่วงอันเลืองชื่อ หากไม่ได้ชิมข้าวเปิ๊บ ถือว่ายังมา ไม่ถึง บ้านนาต้นจั่น สมัยก่อนชาวบ้านอยากกินก๋วยเตี๋ยวแบบคนในเมืองแต่แถวนี้ไม่มีขาย เมนูนี้จึงเกิดขึ้นมา

Learn More
news image

ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น

เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมได้ทั้งภายพระอาทิตย์ขึ้นและตกหากโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกอีกด้วย แนะนำให้ขึ้นในช่วงหน้าฝนหลังจาก ที่ฝนตกใหม่บน จุดชมวิวจะมีทะเลหมอกให้ชมและหน้าหนาวบางวัน โดยต้องเดินเท้าระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ทางเดินขึ้นค่อนชันต้องเตรียมร่างกาย และรองเท้ามาให้พร้อม หากขึ้นไปช่วงเช้าต้องเริ่มตั้งแต่ตี 4.30 เพื่อเริ่มเดินเท้าประมาณตีห้า เพื่อไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น โดยคิดค่ารถนำเที่ยวคันละ 200 บาท นั่งได้ 10 คน และค่าคนนำทางอีก 200 บาท หรือนักท่องเที่ยว ท่านใดอยากขึ้นไปกางเต้นท์นอนข้างบนทางชุมชนก็มีบริการนำเที่ยวพร้อมเต้นท์ และอาหาร จุดชมวิวห้วยต้นไฮ เปิดให้ค้างแรม บนเขาในช่วงเดือน ต.ค.-ก.พ. สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์การท่องเที่ยวบ้านนาต้นจั่น

Wander

เที่ยว “สุโขทัย” ดินแดนรุ่งอรุณแห่งความสุข

Read More

© 2019 Website. Sukhothai Travel | Ratiphon klangbut