แคป่า

ชื่อวิทยาศาสตร์ Dolichandrone Spathacea schum.
ชื่อพ้อง -
วงศ์ Bignoniaceae
ชื่ออื่นๆ แคนา

ไม้ต้น เปลือกลำต้นสีน้ำตาล ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกตรงข้าม ๓ - ๕ คู่ และมีใบที่ยอด ๑ ใบ รูปไข่แกมขอบขนาน
ปลายแหลม โคนใบเบี้ยวกว้าง ๒ . ๕ - ๗ เซนติเมตร ยาว ๖ – ๑๖ เซนติเมตร ดอกเป็นช่อแบช่อกระจะ (raceme) แต่ละช่อมี ๒ – ๑๐ ดอก บานทีละดอก
กลิ่นหอม บานตอนกลางคืน รุ่งเช้าร่วง กลีบเลี้ยงหนาและเหนียว ปลายเรียวโค้งยาว ๓ - ๔ เซนติเมตร จะหุ้มดอกตูมมิด เมื่อดอกบานจึงมีรอยแตก
ทางด้านล่าง มีลักษณะเป็นกาบหุ้ม (spathe) กลีบดอกติดกันเป็นท่อ ปลายขยายออกดเป็นรูประฆัง และแยกออกเป็น๕ แฉก ขอบกลีบย่น
ดอกสีขาว เกสรเพศผู้ ๔ อัน ติดอยู่ที่ด้านในของกลีบท่อดอก ปลายแยกมีขนาดสั้น ๒ อัน ยาว ๒ อัน และมีเกสรเพศผู้ที่เป็นหมัน ๑ อัน
รูปร่างเป็นเส้นเรียวเล็กเกสรเพศเมีย ๑ อัน ผลเป็นฝัก ช่อละ ๓ - ๔ ฝัก รูปร่างแบนโค้ง ระยะออกดอก เดือนมีนาคม - มิถุนายน

พบตามป่า ทุ่ง ไร่นา

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร กลีบดอกบาน นำมาต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริก หรือนำไปแกงส้มอั่วใส่ปลา นอกจากเป็นอาหารสำคัญของมนุษย์แล้ว
ยังเป็นอาหารสำคัญของวัว ควาย

สรรพคุณทางสมุนไพร -