ผักติ้ว

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cratoxylum formosum(Jack.) Dyer.
ชื่อพ้อง -
วงศ์ Guttiferae
ชื่ออื่นๆ กวยโชง ( กาญจนบุรี ) แต้ว ( ใต้ ) ผักเตา ( เลย ) ติ้วส้ม ( นครราชสีมา )

ไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงกลาง ผลัดใบและจะผลิใบใหม่พร้อมกับออกดอก ลำต้นมีหนามรอบๆแผ่กิ่งก้านออกเป็นทรงพุ่ม
เนื้อไม้ค่อนข้างเหนียว กระพี้สีขาว แก่นสีน้ำตาลปนเหลือง มีน้ำยางเหนียวซึมออกมา ความสูงต้น ๘ – ๑๕ เซนติเมตร ใบมีลักษณะเรียวยาว
ปลายแหลม เรียงเป็นคู่ตรงข้ามกัน ใบกว้าง ๑ . ๕ - ๕ เซนติเมตร ขอบใบเรียบ มีต่อมอยู่ใต้ใบกระจายไปทั่ว โคนและปลายใบสอบหลังใบเป็นมัน
มีสีเข้มกว่าท้องใบ เส้นแขนงใบมี ๖ - ๘ คู่ ปลายโค้งจรดกันถึงขอบใบ ใบแก่มีสีแสดหรือแดง ดอกมีสีชมพูหรือขาว เป็นดอกสมบูรณ์เพศ
ออกเป็นดอกเดี่ยวๆหรือเป็นกระจุกตามง่าม มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ ๕ กลีบ ดอกลักษณะมน กลีบดอกรูปไข่ มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก
และรวมกันเป็นกลุ่ม ๓ - ๕ กลุ่ม ผลผิวของผลแข็ง รูปกระสวยสีน้ำตาลถึงน้ำตาลดำ มีนวลขาวติดบริเวณผล เมื่อแก่จัดจะแตกตามรอยประสาน
เป็น ๓ แฉก มองเห็นเมล็ดซึ่งมีปีกเป็นรูปโค้งเรียงอัดแน่น ก้านผลยาวประมาณ ๑ เซนติเมตร มีขนกระจายอยู่ทั่วไป การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

พบบริเวณป่าโปร่ง ขึ้นในบริเวณดินทุกชนิด ทนแล้งได้ปานกลาง


ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อน ใบ มีรสฝาดและเปรี้ยว นิยมใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริก แจ่ว ซุบหน่อไม้ ลาบ ก้อย หรือนำไปแกง หรือต้ม
เพื่อให้อาหารออกรสเปรี้ยวเป็นที่นิยมมาก สรรพคุณทางสมุนไพร รากต้มผสมกับหัวแห้วหมูและรากปลาไหลเผือก ใช้ดื่มวันละ ๓ ครั้ง
แก้ปัสสาวะขัดหรือขับปัสสาวะ ให้วิตามินเอสูง สร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันไม่ให้เด็กเป็นโรคตาไก่ โรคตาบอดกลางคืน หรือใช้เนื้อไม้ทำเสาเข็ม
เครื่องมือเช่น จอบ เสียม