web site เพื่อการเรียนการสอนรายวิชาไทยศึกษา

บทที่3 เศรษฐกิจไทย

 


ตอนที่ 1ยุคชาตินิยม(สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม )
ส่งเสริมให้คนไทยทำการค้า และกีดกันคนต่างชาติโดยเฉพาะคนจีนที่กีดกันคนจีนก็เพราะช่วง พ.ศ. 2398 มานั้น คนจีนเริ่มมีบทบาทในเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนจอมพลป.เล็งเห็น จึงกลัวว่าคนจีนจะมาครอบงำเศรษฐกิจไทย ท่านจึงคิดจัดตั้งรัฐวิสาหกิจขึ้นมา เมื่อส่งเสริมเอกชนไม่ทันใจ จึงตั้งรัฐวิสาหกิจเพื่อส่งเสริมให้ทำารพาณิชยแข่งกับคนต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีน (รัฐวิสาหกิจ คือ องค์การธุรกิจที่รัฐบาลและเอกชนร่วมเป็นเจ้าของ โดยที่รัฐบาลมีหุ้นเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในปัจุบันนี้ก็ยังมีอยู่ แต่น้อยลง และจะมีการแปรรูปขายด้วย)
เศรษฐกิจแบบชาตินิยม อาจเรียกได้อีกแบบว่า แบบทุนนยมโดยรัฐ เนื่องจากไทยเป็นฝ่ายแพ้สงครามแล้วมีสหรัฐเป็นผู้ช่วยเหลือ เมื่อโดลกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย เราจึงต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเราเลือกฝ่ายที่มีสหรัฐเป็นแกนนำ และสหรัฐนั้นยึดเศรษฐกิจแบบทุนนยม(เสรี) ดังนั้นจึงเป็นการเริ่มเศรษฐกิจแบบทุนนิยมของไทย แต่นับว่าไทยมีเศรษฐกิจค่อนข้างไปทางทุนนิยม เนื่องจากรัฐเข้ามามีบทบาทจึงเป็น"ทุนนิยมโดยรัฐ" สหรัฐไม่พอใจนโยบายนี้ เพราะไม่ใช่ทุนนิยมที่แท้จริง ไม่เสรีจริง มีการกีดกันคนต่างชาติ่

ตอนที่ 2 สมัยจอมพลสฤษดิ์
- มุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ใช้นโยบายเศรษฐกิจที่เน้นความกลมเกลียวในสังคมไทย ทุกวันนี้ไทยกับจีนจึงไม่ค่อยมีปัญหากันในปัจจุบัน รัฐบาลทำหน้าที่สนับสนุน อำนวยความสะดวกในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เป็นยุคที่ใช้ความรุนแรง เด็ดขาด มีการประหารชีวิตคนทำผิดในเรื่องต่างๆ แต่ประชาชนค่อนข้างยอมรับได้เพราะเศรษฐกิจในสมัยนั้นค่อนข้างดี ประชาชนไม่เรียกร้องมากมาย นอกจากนั้นยังไม่คิดเรื่องความถูกผิด คนสมัยนั้นคิดแค่ว่าพอมีอยู่มีกินก็พอ
- ค่อนข้างเดินตามสหรัฐมากกว่าจอมพล ป. โดยมีการใช้นโยบายเศรษฐกิจที่ตอบสนองต่อการพัฒนาของระบบทุนนิยมโลก โดยเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น ไม่กีดกันใคร ธนาคารโลกและสหรัฐเข้ามามีบทบาทในการช่วงจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 1 มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจ โดยเน้นบทบาทของเอกชนและปล่อยให้กลไกตลาด ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากร ไม่ได้เน้นส่งเสริมให้ตั้งรัฐวิสาหกิจมากมายเหมือนจอมพล ป.
- กลไกตลาด หรือ กลไกราคา ทำหน้าที่ในการจัดสรรทรัพยากร แปลว่า การที่คนจะตัดสินใจจะผลิตอะไร ผลิตอย่างไร แล้วถ้าผลิตแล้วจะขายให้ใคร ใช้ ราคา เป็นตัวชี้นำ ซึ่งแสดงว่า การจะเลือกผลิตอะไรก็ต้องคิดว่าผลิตแล้วราคามันเป็นอย่างไร จะสูงหรือต่ำ

ตอนที่ 3 สมัยจอมพล ถนอม กิตติขจร
- ความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและการเมืองเป็นความสัมพันธ์ในแนวตั้ง
(ความสัมพันธ์ในแนวตั้ง คือ การดำเนินธุรกิจโดยคนที่มีอำนาจ คอยดูแล คุ้มครอง ให้อภิสิทธิ์ กับธุรกิจนั้น จะเห็นว่าในสมัยนี้มีคำว่า หุ้นลง คือ ไม่ต้องเอาเงินมาลงร่วมหุ้น แต่ก็ใส่ชื่อเป็นกรรมการให้ คือ ถ้ามีคนใหญ่คนโตไปร่วมหุ้นหรือกรรมการ การให้สิทธิพิเศษของหน่วยงานทางการจะเป็นไปได้สะดวกและง่าย สิ่งนี้ทำให้เกิดความไม่พอใจอย่างกว้างขวาง
-สิทธิพิเศษของ BOI
- มีการวิวัฒนาการสู่ระบบประชาธิปไตย จึงเกิดความวุ่นวายต่างๆขึ้น เช่น การต่อสู้เพื่อลดความครอบงำของทหาร เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
เนื่องจากเกิดความวุ่นวายในพ.ศ. 2516-2519 ทำให้รัฐบาลไม่มีเวลาปรับปรุงสิ่งต่างๆในประเทศ อีกทั้งช่วงระยะในการปกครองของรัฐบาลแต่ละสมัยก็สั้น และยังมีวิกฤติการณ์ราคาน้ำมันเข้ามาอีก ในพ.ศ. 2516-2522 จึงทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ค่อยรุ่งเรื่องเท่าไหร่

     

พัฒนาโดย นางสาววรินสินี วัฒนพานิช เอกคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. เสนออาจารย์ภาสกร เรืองรอง ่รายวิชา เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา 355201
สงวนลิขสิทธิ์ โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.2547

[ กลับสู่หน้าหลัก ]