10 สมุนไพรต้านมะเร็ง


โรคมะเร็ง หรือทางการแพทย์ว่า เนื้องอกร้าย (malignant tumor) โดยมะเร็งสามารถป้องกันได้โดยการไม่สูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักตัวเพื่อสุขภาพที่ดี งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือรับเลือกประทานอาหารประเภทผักและผลไม้ รวมถึงสมุนไพรต้านมะเร็งทั้ง 10 ชนิด ที่เรานำมาบอกต่อ...

1.กระเทียม

คงได้ยินกันมานานแล้วว่า กระเทียม หากรับประทานทุกวัน โดยมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า มีซีลีเนียม (Selenium) และมีกำมะถันที่ช่วยยับยังการเกิดโรคมะเร็ง

ข้อควรรู้

การศึกษาเบื้องต้นพบว่าการรับประทานกระเทียมช่วยลดความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นมะเร็งหลายชนิดโดยเฉพาะโรคมะเร็ง หลอดอาหาร

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกระเทียม

กระเทียมเป็นพืชตระกูลหัว นิยมนำมาปรุงอาหารเนื่องจากมีกลิ่นเฉพาะตัว กลิ่นฉุนของกระเทียมมีที่มาจากสารประกอบ ซัลเฟอร์ (sulphur) ที่มีชื่อว่า อลิซิน (allicin) ในกระเทียม นอกจากซัลเฟอร์แล้ว กระเทียมยังมีส่วนประกอบอื่นๆ เช่น กรดอมิโน- อาร์จีนีน (argenine) ฟลาโวนอยด์ (flavonoid) น้ำตาลโมเลกุลกลุ่ม (oligosaccharides) และซีลีเนียม (selenium) ซึ่งมี ประโยชน์ต่อสุขภาพ

เราจะใช้กระเทียมต้านมะเร็งได้อย่างไร

สถาบันมะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ไม่ได้แนะนำการบริโภคอาหารเสริมต้านมะเร็ง แต่กล่าวเกี่ยวกับกระเทียมว่าเป็น พืชชนิดหนึ่งที่อาจมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้ โดยปริมาณกระเทียมในผลิตภัณฑ์จากกระเทียมแต่ละชนิดไม่เท่ากันและสารสกัดบางชนิด อาจเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาหรือเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) ให้ข้อมูลด้านการส่งเสริมสุขภาพ โดยแนะนำให้รับประทานกระเทียม ที่มีสารอลิซิน (allicin) ในปริมาณ 2-5 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับกระเทียมอย่างน้อยหนึ่งกลีบต่อวัน หรือกระเทียมผง 0.4-1.2 กรัม หรือน้ำมันกระเทียม 5 กรัม หรือสารสกัดกระเทียม 300-1000 มิลลิกรัมต่อวัน ความปลอดภัยที่ควรคำนึงถึง

แม้ว่ากระเทียมจะถูกนำมาใช้ปรุงอาหารอย่างแพร่หลาย หากแต่การบริโภคกระเทียมมากเกินไป นอกจะทำให้กลิ่นปากฉุนแล้ว ยังอาจก่อผลข้างเคียง ได้แก่ การแพ้กระเทียม อาการคลื่นไส้อาเจียน หรือปวดจุกลิ้นปี่ รวมทั้งท้องเสียได้ นอกจากนี้การศึกาาในสัตว์ ทดลองและมนุษย์ยังมีรายงานว่ากระเทียมเพิ่มอินสุลิน (insulin) ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำได้ กระเทียมสามารถทำปฏิกริยากับยาหรือสารเคมีต่างๆ ในร่างกายได้ โดยเฉพาะยาต้านไวรัสเอช ไอ วี (antiretroviral agents) กระเทียมทำให้การแข็งตัวของเลือดลดลง จึงไม่แนะนำในสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดและผู้ป่วยที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด กระเทียมอาจปนเปื้อนสารพิษจากแบคทีเรียบางชนิดได้ เช่น แบคทีเรียโบทูลินัม (Clostridium botulinum) ทำให้เกิดพิษเมื่อ รับประทานได้ นอกจากนี้ตัวกระเทียมเองยังมีฤทธิ์ทำให้ระคายเคือง อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองทางเดินหายใจในผู้ป่วยหอบหืด ทำให้อาการกำเริบ หรือกระตุ้นอาการปวดท้องในผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหาร รวมทั้งกระตุ้นการระคายเคืองผิวหนังเมื่อนำ มาทาผิวด้วย

2.มังคุด

ผลไม้หน้าฝนอย่างมังคุด มีสารแซนโทน (Xanthone) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน ช่วยสมานแผลที่เกิดจากเชื้อมะเร็งได้ แถมยังด้านอาการอักเสบอีกด้วย

ไปอ่านต่อกันเลย