กรุณา set ขนาดตัวอักษรที่ขนาด medium ก่อนที่จะชมเวบไซต์ของเรา                      

   

 ค้นหาข้อมูลอะไรก็ได้ในโลกนี้ :       

         

วัฒนธรรมอีสาน


<<--- | หน้าหลักวัฒนธรรมอีสาน | ฮีตสิบสองคองสิบสี่  | ภาษาอีสาน  |  อาหารอีสานประเพณีอีสาน | ภูมิปัญญาพื้นบ้านอีสาน | --->>

:: MAIN MENU ::

 

หน้าแรก  

เกี่ยวกับชมรม 

ข้อมูลภาคอีสาน  

ศิลปวัฒนธรรมอีสาน

 

สมาชิกสัมพันธ์

 

เวบบอร์ด 

 

สมุดเยี่ยม 

 

เวบไซต์ภาคอีสาน 

 

ติดต่อชมรม 

 

 

 

 :: เพื่อนบ้านของเรา ::

 

มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

กองกิจการนิสิต

 

กองบริการการศึกษา

 

สภานิสิต

 

องค์การนิสิต

 

 

 

 :: เทางามสัมพันธ์ ::

 

ม.ศรีนครินทรวิโรฒ

 

ม.บูรพา

 

ม.ทักษิณ

 

ม.มหาสารคาม 

 

             

 

:: บริการต่างๆ ::

 

ฟรีอีเมลล์ isannu.i-p.com

 

ฟรีอีเมลล ์isanclub.i-p.com

 

ฟรีอีเมลล์ Yahoo.com

 

ฟรีอีเมลล์ Hotmail.com

 

 

 

:: อ่านหนังสือพิมพ์ :: 

 
ไทยรัฐ    เดลินิวส์ 
ข่าวสด    คมชัดลึก 
แนวหน้า  ฐานเศรษฐกิจ 
มติชน  ประชาชาติธุรกิจ 
กรุงเทพธุรกิจ  สยามธุรกิจ 
ผู้จัดการ    ThaiPost  

TheNation BangkokPost

 

 

 

:: โทรทัศน์ ::

 
ช่อง 3     ช่อง 5 
ช่อง 7     ช่อง 9 
ช่อง 11  ITV 
UBC     BBC 

CNN

 

 

 

 

 

 

 

  ภูมิปัญญาพื้นบ้าน

 

ยาดองเหล้าบ้านตะบัล กู้ศักดิ์ศรีภูมิปัญญาในการรักษาตนเอง

 

ยาดองเหล้าบ้านตะบัลกู้ศักดิ์ศรีภูมิปัญญาในการรักษาตนเอง

"ทำอย่างไรที่เราจะไม่ต้องซื้อรวมทั้งการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม" นี่เป็นประเด็นสำคัญอันหนึ่งของการสนทนาในครั้งนี้ กับ คุณเอียด ดีพูน ประธานคณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนาสุรินทร์หรือศูนย์สมุนไพรบ้านตะบัล ซึ่งทำงานเคียงคู่กับชาวบ้านมานานนับสิบปี ซึ่งมุ่งหวังเพียงจะให้ชุมชนต่างๆ มีความมั่นคงทางด้านอาหาร การรักษาโรค โดยที่สามารถพึ่งตนเองได้ด้วยภูมิปัญญาที่คนไทยมีได้อย่างไม่ต้องอายใคร

เช่นเดียวกับเรื่องการทำเหล้า ที่เขาเห็นว่าเป็นความรู้พื้นบ้านที่มีความสำคัญ และหยั่งรากลึกอยู่ในสังคมไทยมานานแล้ว แต่กำลังถูกบิดเบือนและแย่งชิงไปเพื่อผูกขาดเป็นธุรกิจส่วนตัวโดยโรงงาน โดยเฉพาะการประกอบการสุราประเภทสุราและสาโท ดังนั้นวันนี้ของเขาจึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดต่อสู้ เพื่อให้ได้ซึ่งสิทธิอำนาจและภูมิปัญญาในการประกอบการเหล่านี้คืนมา

 เปิดตำนานเหล้าดองยา

เหล้ากับมนุษยชาติดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออกเลยจริงๆ เพราะไม่ว่าประเทศใดในโลกก็ล้วนแต่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกันทั้งนั้น เช่น พูดถึงเบียร์ชั้นยอดเราก็จะนึกถึงประเทศเยอรมัน ในขณะที่วอดก้าที่ลือชื่อก็ได้แก่ประเทศรัสเซีย ประเทศไทยเองก็เช่นกัน เรามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านหลากหลายชนิดทั้งประเภทที่กลั่นและไม่กลั่น อาทิ น้ำตาลเมา สาโท อุ เหล้าขาว ฯลฯ ซึ่งแทบจะกลายเป็นตำนานเล่าขานกันไป แล้วสำหรับคนไทยรุ่นใหม่ๆ เพราะแทบไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตาหรือแม้แต่ลิ้มลองกันเลยสักครั้ง

คุณเอียดเล่าให้เราฟังว่า เหล้านั้นเกิดขึ้นมานานตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว โดยถือกันว่าเป็นยาชนิดหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นหล่อเลี้ยงร่างกายได้ ซึ่งในครั้งแรกอาจจะเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญแต่ต่อมาคนไทยก็เริ่มคิดค้นการสร้างยีสต์ด้วยการเอารากสมุนไพรมาหมัก เมื่อหมักได้ที่และได้ของเหลวสีขาวที่มีแอลกอฮอล์ก็พบว่ามีปัญหาเรื่องกลิ่นจึงนำไปกลั่นให้ได้เป็นน้ำใสๆ แต่ด้วยความช่างคิดช่างค้นที่ไม่หยุดหย่อนของคนไทยนี่เอง ที่ทำให้หลายๆ คนพยายามทดลองเอาสมุนไพรชนิดอื่นๆ ผสมลงไปเพื่อให้การกินเหล้าได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้นจึงเกิดเป็นเหล้าดองยามาจนทุกวันนี้

 เหล้าโรงงานกับการมัดมือ

ยาดองเหล้าที่ชาวบ้านทำนั้นมักจะเป็นการทำตามเทศกาล หรือเพื่อใช้เป็นครั้งคราวมากกว่าการทำไว้กินเป็นประจำ เช่น ทำเพื่อเป็นยารักษาโรคต่างๆ ทำเพื่ออยู่ไฟหลังคลอดบุตร ทำสำหรับงานบวช งานแต่งงาน ซึ่งเหล้าส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในการดองยามักจะเป็นเหล้ากลั่น ตามภูมิปัญญาดังเดิมของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเหล้าโรงจากภายนอก ทำให้เหล้าดองยาที่ได้มีรสชาติดีและมีกลิ่นหอมหวาน แต่หลังจากที่มีกฎกระทรวงและพระราชบัญญัติการสุรา พ.ศ. 2493 ออกมาผูกขาดการผลิตสุราให้เป็นระบบอุตสาหกรรมแล้ว เหล้าพื้นบ้านทั้งหลายก็กลายเป็นเหล้าเถื่อนโดยทันที 

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เหล้าจากโรงงานมีคุณภาพต่ำและมีราคาแพงกว่าเหล้าพื้นบ้านหลายเท่าตัว ทำให้ยาดองที่ได้ในปัจจุบัน (ซึ่งใช้เหล้าขาวจากโรงงาน) มีกลิ่นฉุนที่ค่อนข้างรุนแรง และใช้เวลาในการดองนานขึ้น (ตามปกติเมื่อดองยาตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ก็สามารถรับประทานได้ แต่เนื่องจากเป็นเหล้าโรงงานคุณเอียดบอกว่า ควรจะยืดระยะเวลาออกไป เพื่อฆ่าสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งจะช่วยให้กลิ่นดีขึ้น)

"แป้งกลั่นที่ใช้ผลิตเหล้าตามโรงงาน เป็นแป้งที่มีระบบวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เวลาคนกินแล้วมีผลข้างเคียง ถ้ากินเป็นประจำก็มีปัญหาเป็นแอลกอฮอล์ลิสซึ่ม ในขณะที่เหล้ากลั่นโบราณสมัยก่อนไม่มีปัญหาอะไรเพราะทำจากสมุนไพรแท้

แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ โรงงานอาจจะผสมมันสำปะหลังหรืออะไรเข้าไปอีกก็ได้ ไม่ใช่รวงข้าวบริสุทธิ์อย่างที่ชาวบ้านเขาทำไว้ทานกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เพราะการผลิตเหล้า เป็นสิทธิอันชอบธรรมของชาวบ้านอยู่ก่อนแล้ว แต่กลับมาแก้กฎหมาย ยกเลิกสิทธิชุมชนในการแปรรูป ในการจัดกระบวนการผลิตนี่จึงเป็นเรื่องที่เรากำลังรื้อฟื้นภูมิปัญญา ให้ชุมชนประกอบการเหล้าเสรีโดยฐานล่างซึ่งถ้าทำได้จริงๆ จะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว" คุณเอียดกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเหล้าจากโรงงานมีคุณภาพต่ำและมีราคาแพงกว่าเหล้าพื้นบ้านหลายเท่าตัว ทำให้ยาดองที่ได้ในปัจจุบัน (ซึ่งใช้เหล้าขาวจากโรงงาน) มีกลิ่นฉุนที่ค่อนข้างรุนแรง และใช้เวลาในการดองนานขึ้น (ตามปกติเมื่อดองยาตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ก็สามารถรับประทานได้ แต่เนื่องจากเป็นเหล้าโรงงานคุณเอียดบอกว่าควรจะยืดระยะเวลาออกไปเพื่อฆ่าสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งจะช่วยให้กลิ่นดีขึ้น) "แป้งกลั่นที่ใช้ผลิตเหล้าตามโรงงานเป็นแป้งที่มีระบบวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง เวลาคนกินแล้วมีผลข้างเคียง ถ้ากินเป็นประจำก็มีปัญหาเป็นแอลกอฮอล์ลิสซึ่ม ในขณะที่เหล้ากลั่นโบราณสมัยก่อนไม่มีปัญหาอะไรเพราะทำจากสมุนไพรแท้ แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ โรงงานอาจจะผสมมันสำปะหลังหรืออะไรเข้าไปอีกก็ได้ ไม่ใช่รวงข้าวบริสุทธิ์อย่างที่ชาวบ้านเขาทำไว้ทานกันเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เพราะการผลิตเหล้าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของชาวบ้านอยู่ก่อนแล้ว แต่กลับมาแก้กฎหมายยกเลิกสิทธิชุมชนในการแปรรูป ในการจัดกระบวนการผลิตน ี่จึงเป็นเรื่องที่เรากำลังรื้อฟื้นภูมิปัญญาให้ชุมชนประกอบการเหล้าเสรีโดยฐานล่างซึ่งถ้าทำได้จริงๆ จะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว" คุณเอียดกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น

 สมุนไพรเผ็ดร้อน : หัวใจการดองยา

"เช่น เราเพิ่มเถาวัลย์เปรียงเพื่อแก้ปวดเมื่อย หรือเพิ่มบอระเพ็ดให้มีความขมเพื่อช่วยบำรุงกำลังและเป็นยาอายุวัฒนะ แล้วก็เพิ่มอะไรต่างๆ เข้าไปตามแต่การคิดค้นของคน ซึ่งล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายที่ใช้บำรุงร่างกายทั้งสิ้น ส่วนเรื่องยาดองในช่วงหลังถูกมองว่าเป็นเรื่องของยาบำรุงทางเพศนั้น มันเป็นเรื่องตามกระแสมากกว่า … เอาไวอะกร้ามาสร้างกระแสบำรุงกำหนัดไป ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมาก ร้านยาดองต่างๆ ที่ชูประเด็นบำรุงกำหนัด สูตรเย็นทั้งหลายทั้งเหล่เป็นเรื่องของการค้าทั้งนั้น ตั้งชื่อเพื่อดึงการค้าให้เป็นธุรกิจ แต่สิ่งที่เราพยายามส่งเสริมอยู่นี้เราทำเพื่อสร้างคุณภาพ สร้างปัญญาเจตนารมณ์ของเราคือเรื่องการบำรุงกำลัง บำรุงโลหิต และคลายเครียด …"

เหล้าดองส่วนใหญ่สามารถแบ่งประเภทตามสรรพคุณได้หลักๆ 2 ประเภท คือใช้เพื่อบำรุงกำลังและบำรุงโลหิต ซึ่งสมุนไพรที่ใช้ดองยานั้นมักจะเป็นเครื่องร้อนจำพวกเครื่องเทศ อาทิ ขิง ข่า พริกไทย หรือดีปลี และสมุนไพรประเภทที่ให้สรรพคุณในแง่การบำรุงกำลังก็มักจะเป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่น คุณเอียดกล่าวเสริมว่า "ตามปกติชาวบ้านก็จะกินเหล้าขาวกันอยู่แล้ว แต่เราจะแนะนำว่าช่วงนี้ควรจะดองอะไรเข้าไปหน่อย อย่างน้อยก็โด่ไม่รู้ล้ม หรือเถาวัลย์เปรียงซึ่งมีอยู่แล้วตามจอมปลวก ตามทุ่งนาก็เอามาใส่ ก็แก้ปวดเมื่อยได้ เอาโคคลาน ทองพันชั่ง กระชายมาช่วยบำรุงกำลัง หรือถ้าเราเครียดอยากกินข้าวได้ก็ใช้ขี้เหล็กดองเข้าไป ขมๆ นี่แหละดีช่วยคลายเครียดได้ ซึ่งอย่างน้อยๆ ก็ทำให้การกินเหล้าของเขามีประโยชน์ขึ้น"

 ยาดอง : ศักดิ์ศรียาไทย

ส่วนสูตรยาดองที่ทางสำนักงานของคุณเอียด ทำเพื่อออกตามงานเทศกาลต่างๆ อาทิ งานช้างจังหวัดสุรินทร์นั้นมีอยู่ประมาณ 4-5 สูตร ได้แก่ สูตรยาดองบำรุงกำลัง ยาบำรุงโลหิต ยาดองคลายเครียด และยาดองชนิดเดี่ยว ซึ่งหมายถึงใช้สมุนไพรตัวเดียวกันการดอง เช่นยาดองฟ้าทะลายโจร โดยการออกงานแต่ละครั้งก็ล้วนแต่ได้รับความสนใจจากผู้คนทุกๆ ครั้ง ไม่เว้นแม้กระทั้งกลุ่มวัยรุ่น อีกทั้งยังมีร้านค้าจากหลายๆ จังหวัดขอให้ผลิตส่งเป็นประจำเลยทีเดียว

คุณเอียดบอกว่า การที่เหล้าดองยาได้รับความสนใจทุกครั้งในการออกงานทำให้เขารู้สึกดี และมีกำลังใจที่จะต่อสู้เพื่อจะให้ภูมิปัญญาเหล่านี้คงอยู่ต่อไป และสิ่งที่ทำให้เหล้าดองยาของเขาได้รับความนิยมนั้น ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการพิถีพิถันในกระบวนการผลิตก็เป็นได้ เริ่มตั้งแต่การดองสมุนไพร และหมั่นถ่ายเอาตะกอนยาออก จนกระทั่งได้เป็นยาที่บริสุทธิ์ที่ปราศจากกลิ่นฉุน ซึ่งใช้เวลานานกว่า 2 เดือน

 

แต่อย่างไรก็ตามเราก็คงต้องลุ้นให้มีการผลิตเหล้าเสรีได้เสียก่อน จึงจะเรียกได้ว่ายืนอยู่บนขาของตัวเองอย่างแท้จริง คุณเอียดยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า "ทุกวันนี้ เราสูญเสียการพึ่งตนเองของชุมชน เพราะต้องเสียเงินซื้อเหล้าจากโรงงาน แต่ละชุมชนเงินไหลออกไปไม่น้อยเลย ซึ่งถ้าหากเราไม่ซื้อและสามารถอนุรักษ์ภูมิปัญญาของเราเอาไว้ได้ จะถือว่าเป็นหัวใจในการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่"

สำหรับคนที่สนใจศึกษาดูงานหรือเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถติดต่อไปได้ที่คณะกรรมศาสนาเพื่อการพัฒนาสุรินทร์หรือศูนย์สมุนไพรบ้านตะบัล โทรศัพท์ (044) 531-275 นอกจากจะให้ความรู้เรื่องการผลิตยาดองเหล้าได้แล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิต จำหน่ายยาสมุนไพรและรวบรวมสมุนไพรหายากเอาไว้อีกหลายชนิดด้วย หรือหากจะร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านด้วยการทำนาข้าวปลอดสารเคมีก็น่าจะเป็นกำไรชีวิตได้อย่างดี

นับแต่นี้คงต้องอาศัยความเข้าใจของเราทุกคนในการสร้างการรับรู้ใหม่ต่อยาดอง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่เหล้าเท่านั้น หากแท้จริงแล้วยังหมายรวมถึงสิทธิภูมิปัญญาในการดูแลรักษาตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ทั้งความรู้ในเรื่องการทำเหล้าและการใช้ยาสมุนไพร เพียงแต่เมื่ออำนาจรัฐเข้าไปคุกคาม และริดรอนสิทธิที่พึงมีพึงได้ของเขาแล้ว ชาวบ้านจึงกลายเป็นเพียงบุคคลที่ไร้ศักยภาพ ความป่วยไข้ที่เคยเป็นเรื่องง่ายดายในสายตาพวกเขา กลายเป็นความชำนาญสำหรับหมอเพียงคนเดียวเท่านั้น

แล้วชาวบ้านตาดำๆ ที่ยากจนเหล่านั้นจะต้องทำงานหนักอีกสักเท่าไรกัน จึงจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตที่นับถือเงินเป็นพระเจ้าในโลกบริโภคนิยมใบนี้?

 
 ข้อมูลจาก สถาบันแพทย์แผนไทย

ติดต่อสอบถามข้อมูลวิชาการ ฝ่ายวิชาการ สถาบันการแพทย์แผนไทย

 


                  

   

: วัฒนธรรมที่น่าสนใจ:

   ฮีตสิบสองคองสิบสี่  
   ภาษาอีสาน
     ภาษาอีสานวันละคำ
   อาหารอีสาน
   ประเพณีอีสาน    
   ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
     หน้าหลัก
     ยาดองเหล้าบ้านตะบัล
     ผญา
     เครื่องมือเครื่องใช้
     สมุนไพร     
     ภูมิปัญญาอื่นๆ
 
     
 
 
 
 
 
 
 

 

Copyright © 2002 ชมรมอีสานและภูมิภาคอินโดจีนศึกษา  มหาวิทยาลัยนเรศวร  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก  65000
DESIGNED BY: VENIS KHAENGRAENG