|
ยาดองเหล้าบ้านตะบัลกู้ศักดิ์ศรีภูมิปัญญาในการรักษาตนเอง
"ทำอย่างไรที่เราจะไม่ต้องซื้อรวมทั้งการอนุรักษ์ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ถือเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม"
นี่เป็นประเด็นสำคัญอันหนึ่งของการสนทนาในครั้งนี้
กับ คุณเอียด
ดีพูน
ประธานคณะกรรมการศาสนาเพื่อการพัฒนาสุรินทร์หรือศูนย์สมุนไพรบ้านตะบัล
ซึ่งทำงานเคียงคู่กับชาวบ้านมานานนับสิบปี
ซึ่งมุ่งหวังเพียงจะให้ชุมชนต่างๆ
มีความมั่นคงทางด้านอาหาร
การรักษาโรค
โดยที่สามารถพึ่งตนเองได้ด้วยภูมิปัญญาที่คนไทยมีได้อย่างไม่ต้องอายใคร
เช่นเดียวกับเรื่องการทำเหล้า
ที่เขาเห็นว่าเป็นความรู้พื้นบ้านที่มีความสำคัญ
และหยั่งรากลึกอยู่ในสังคมไทยมานานแล้ว
แต่กำลังถูกบิดเบือนและแย่งชิงไปเพื่อผูกขาดเป็นธุรกิจส่วนตัวโดยโรงงาน
โดยเฉพาะการประกอบการสุราประเภทสุราและสาโท
ดังนั้นวันนี้ของเขาจึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะยืนหยัดต่อสู้
เพื่อให้ได้ซึ่งสิทธิอำนาจและภูมิปัญญาในการประกอบการเหล่านี้คืนมา
เปิดตำนานเหล้าดองยา
เหล้ากับมนุษยชาติดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออกเลยจริงๆ
เพราะไม่ว่าประเทศใดในโลกก็ล้วนแต่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกันทั้งนั้น
เช่น
พูดถึงเบียร์ชั้นยอดเราก็จะนึกถึงประเทศเยอรมัน
ในขณะที่วอดก้าที่ลือชื่อก็ได้แก่ประเทศรัสเซีย
ประเทศไทยเองก็เช่นกัน
เรามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านหลากหลายชนิดทั้งประเภทที่กลั่นและไม่กลั่น
อาทิ น้ำตาลเมา
สาโท อุ เหล้าขาว
ฯลฯ
ซึ่งแทบจะกลายเป็นตำนานเล่าขานกันไป
แล้วสำหรับคนไทยรุ่นใหม่ๆ
เพราะแทบไม่เคยได้เห็นหน้าค่าตาหรือแม้แต่ลิ้มลองกันเลยสักครั้ง
คุณเอียดเล่าให้เราฟังว่า
เหล้านั้นเกิดขึ้นมานานตั้งแต่สมัยพุทธกาลแล้ว
โดยถือกันว่าเป็นยาชนิดหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นหล่อเลี้ยงร่างกายได้
ซึ่งในครั้งแรกอาจจะเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญแต่ต่อมาคนไทยก็เริ่มคิดค้นการสร้างยีสต์ด้วยการเอารากสมุนไพรมาหมัก
เมื่อหมักได้ที่และได้ของเหลวสีขาวที่มีแอลกอฮอล์ก็พบว่ามีปัญหาเรื่องกลิ่นจึงนำไปกลั่นให้ได้เป็นน้ำใสๆ
แต่ด้วยความช่างคิดช่างค้นที่ไม่หยุดหย่อนของคนไทยนี่เอง
ที่ทำให้หลายๆ
คนพยายามทดลองเอาสมุนไพรชนิดอื่นๆ
ผสมลงไปเพื่อให้การกินเหล้าได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้นจึงเกิดเป็นเหล้าดองยามาจนทุกวันนี้
เหล้าโรงงานกับการมัดมือ
ยาดองเหล้าที่ชาวบ้านทำนั้นมักจะเป็นการทำตามเทศกาล
หรือเพื่อใช้เป็นครั้งคราวมากกว่าการทำไว้กินเป็นประจำ
เช่น
ทำเพื่อเป็นยารักษาโรคต่างๆ
ทำเพื่ออยู่ไฟหลังคลอดบุตร
ทำสำหรับงานบวช
งานแต่งงาน
ซึ่งเหล้าส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในการดองยามักจะเป็นเหล้ากลั่น
ตามภูมิปัญญาดังเดิมของตนเอง
โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเหล้าโรงจากภายนอก
ทำให้เหล้าดองยาที่ได้มีรสชาติดีและมีกลิ่นหอมหวาน
แต่หลังจากที่มีกฎกระทรวงและพระราชบัญญัติการสุรา
พ.ศ. 2493
ออกมาผูกขาดการผลิตสุราให้เป็นระบบอุตสาหกรรมแล้ว
เหล้าพื้นบ้านทั้งหลายก็กลายเป็นเหล้าเถื่อนโดยทันที
|
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว
เหล้าจากโรงงานมีคุณภาพต่ำและมีราคาแพงกว่าเหล้าพื้นบ้านหลายเท่าตัว
ทำให้ยาดองที่ได้ในปัจจุบัน
(ซึ่งใช้เหล้าขาวจากโรงงาน)
มีกลิ่นฉุนที่ค่อนข้างรุนแรง
และใช้เวลาในการดองนานขึ้น
(ตามปกติเมื่อดองยาตั้งแต่
7 วันขึ้นไป
ก็สามารถรับประทานได้
แต่เนื่องจากเป็นเหล้าโรงงานคุณเอียดบอกว่า
ควรจะยืดระยะเวลาออกไป
เพื่อฆ่าสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งจะช่วยให้กลิ่นดีขึ้น)
"แป้งกลั่นที่ใช้ผลิตเหล้าตามโรงงาน
เป็นแป้งที่มีระบบวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง
เวลาคนกินแล้วมีผลข้างเคียง
ถ้ากินเป็นประจำก็มีปัญหาเป็นแอลกอฮอล์ลิสซึ่ม
ในขณะที่เหล้ากลั่นโบราณสมัยก่อนไม่มีปัญหาอะไรเพราะทำจากสมุนไพรแท้
แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่
โรงงานอาจจะผสมมันสำปะหลังหรืออะไรเข้าไปอีกก็ได้
ไม่ใช่รวงข้าวบริสุทธิ์อย่างที่ชาวบ้านเขาทำไว้ทานกันเอง
ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้
เพราะการผลิตเหล้า
เป็นสิทธิอันชอบธรรมของชาวบ้านอยู่ก่อนแล้ว
แต่กลับมาแก้กฎหมาย
ยกเลิกสิทธิชุมชนในการแปรรูป
ในการจัดกระบวนการผลิตนี่จึงเป็นเรื่องที่เรากำลังรื้อฟื้นภูมิปัญญา
ให้ชุมชนประกอบการเหล้าเสรีโดยฐานล่างซึ่งถ้าทำได้จริงๆ
จะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว"
คุณเอียดกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น
|
|
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเหล้าจากโรงงานมีคุณภาพต่ำและมีราคาแพงกว่าเหล้าพื้นบ้านหลายเท่าตัว
ทำให้ยาดองที่ได้ในปัจจุบัน
(ซึ่งใช้เหล้าขาวจากโรงงาน)
มีกลิ่นฉุนที่ค่อนข้างรุนแรง
และใช้เวลาในการดองนานขึ้น
(ตามปกติเมื่อดองยาตั้งแต่
7 วันขึ้นไป
ก็สามารถรับประทานได้
แต่เนื่องจากเป็นเหล้าโรงงานคุณเอียดบอกว่าควรจะยืดระยะเวลาออกไปเพื่อฆ่าสารเคมีสังเคราะห์ซึ่งจะช่วยให้กลิ่นดีขึ้น)
"แป้งกลั่นที่ใช้ผลิตเหล้าตามโรงงานเป็นแป้งที่มีระบบวิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง
เวลาคนกินแล้วมีผลข้างเคียง
ถ้ากินเป็นประจำก็มีปัญหาเป็นแอลกอฮอล์ลิสซึ่ม
ในขณะที่เหล้ากลั่นโบราณสมัยก่อนไม่มีปัญหาอะไรเพราะทำจากสมุนไพรแท้
แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่
โรงงานอาจจะผสมมันสำปะหลังหรืออะไรเข้าไปอีกก็ได้
ไม่ใช่รวงข้าวบริสุทธิ์อย่างที่ชาวบ้านเขาทำไว้ทานกันเอง
ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้
เพราะการผลิตเหล้าเป็นสิทธิอันชอบธรรมของชาวบ้านอยู่ก่อนแล้ว
แต่กลับมาแก้กฎหมายยกเลิกสิทธิชุมชนในการแปรรูป
ในการจัดกระบวนการผลิตน
ี่จึงเป็นเรื่องที่เรากำลังรื้อฟื้นภูมิปัญญาให้ชุมชนประกอบการเหล้าเสรีโดยฐานล่างซึ่งถ้าทำได้จริงๆ
จะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว"
คุณเอียดกล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น
สมุนไพรเผ็ดร้อน
: หัวใจการดองยา
"เช่น
เราเพิ่มเถาวัลย์เปรียงเพื่อแก้ปวดเมื่อย
หรือเพิ่มบอระเพ็ดให้มีความขมเพื่อช่วยบำรุงกำลังและเป็นยาอายุวัฒนะ
แล้วก็เพิ่มอะไรต่างๆ
เข้าไปตามแต่การคิดค้นของคน
ซึ่งล้วนแต่มีจุดมุ่งหมายที่ใช้บำรุงร่างกายทั้งสิ้น
ส่วนเรื่องยาดองในช่วงหลังถูกมองว่าเป็นเรื่องของยาบำรุงทางเพศนั้น
มันเป็นเรื่องตามกระแสมากกว่า
เอาไวอะกร้ามาสร้างกระแสบำรุงกำหนัดไป
ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมาก
ร้านยาดองต่างๆ
ที่ชูประเด็นบำรุงกำหนัด
สูตรเย็นทั้งหลายทั้งเหล่เป็นเรื่องของการค้าทั้งนั้น
ตั้งชื่อเพื่อดึงการค้าให้เป็นธุรกิจ
แต่สิ่งที่เราพยายามส่งเสริมอยู่นี้เราทำเพื่อสร้างคุณภาพ
สร้างปัญญาเจตนารมณ์ของเราคือเรื่องการบำรุงกำลัง
บำรุงโลหิต
และคลายเครียด
"
เหล้าดองส่วนใหญ่สามารถแบ่งประเภทตามสรรพคุณได้หลักๆ
2 ประเภท
คือใช้เพื่อบำรุงกำลังและบำรุงโลหิต
ซึ่งสมุนไพรที่ใช้ดองยานั้นมักจะเป็นเครื่องร้อนจำพวกเครื่องเทศ
อาทิ ขิง ข่า
พริกไทย
หรือดีปลี
และสมุนไพรประเภทที่ให้สรรพคุณในแง่การบำรุงกำลังก็มักจะเป็นสมุนไพรที่หาได้ง่ายตามท้องถิ่น
คุณเอียดกล่าวเสริมว่า
"ตามปกติชาวบ้านก็จะกินเหล้าขาวกันอยู่แล้ว
แต่เราจะแนะนำว่าช่วงนี้ควรจะดองอะไรเข้าไปหน่อย
อย่างน้อยก็โด่ไม่รู้ล้ม
หรือเถาวัลย์เปรียงซึ่งมีอยู่แล้วตามจอมปลวก
ตามทุ่งนาก็เอามาใส่
ก็แก้ปวดเมื่อยได้
เอาโคคลาน
ทองพันชั่ง
กระชายมาช่วยบำรุงกำลัง
หรือถ้าเราเครียดอยากกินข้าวได้ก็ใช้ขี้เหล็กดองเข้าไป
ขมๆ
นี่แหละดีช่วยคลายเครียดได้
ซึ่งอย่างน้อยๆ
ก็ทำให้การกินเหล้าของเขามีประโยชน์ขึ้น"
ยาดอง
: ศักดิ์ศรียาไทย
ส่วนสูตรยาดองที่ทางสำนักงานของคุณเอียด
ทำเพื่อออกตามงานเทศกาลต่างๆ
อาทิ
งานช้างจังหวัดสุรินทร์นั้นมีอยู่ประมาณ
4-5 สูตร ได้แก่
สูตรยาดองบำรุงกำลัง
ยาบำรุงโลหิต
ยาดองคลายเครียด
และยาดองชนิดเดี่ยว
ซึ่งหมายถึงใช้สมุนไพรตัวเดียวกันการดอง
เช่นยาดองฟ้าทะลายโจร
โดยการออกงานแต่ละครั้งก็ล้วนแต่ได้รับความสนใจจากผู้คนทุกๆ
ครั้ง
ไม่เว้นแม้กระทั้งกลุ่มวัยรุ่น
อีกทั้งยังมีร้านค้าจากหลายๆ
จังหวัดขอให้ผลิตส่งเป็นประจำเลยทีเดียว
คุณเอียดบอกว่า
การที่เหล้าดองยาได้รับความสนใจทุกครั้งในการออกงานทำให้เขารู้สึกดี
และมีกำลังใจที่จะต่อสู้เพื่อจะให้ภูมิปัญญาเหล่านี้คงอยู่ต่อไป
และสิ่งที่ทำให้เหล้าดองยาของเขาได้รับความนิยมนั้น
ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการพิถีพิถันในกระบวนการผลิตก็เป็นได้
เริ่มตั้งแต่การดองสมุนไพร
และหมั่นถ่ายเอาตะกอนยาออก
จนกระทั่งได้เป็นยาที่บริสุทธิ์ที่ปราศจากกลิ่นฉุน
ซึ่งใช้เวลานานกว่า
2 เดือน
แต่อย่างไรก็ตามเราก็คงต้องลุ้นให้มีการผลิตเหล้าเสรีได้เสียก่อน
จึงจะเรียกได้ว่ายืนอยู่บนขาของตัวเองอย่างแท้จริง
คุณเอียดยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า
"ทุกวันนี้
เราสูญเสียการพึ่งตนเองของชุมชน
เพราะต้องเสียเงินซื้อเหล้าจากโรงงาน
แต่ละชุมชนเงินไหลออกไปไม่น้อยเลย
ซึ่งถ้าหากเราไม่ซื้อและสามารถอนุรักษ์ภูมิปัญญาของเราเอาไว้ได้
จะถือว่าเป็นหัวใจในการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่"
สำหรับคนที่สนใจศึกษาดูงานหรือเรียนรู้เพิ่มเติม
สามารถติดต่อไปได้ที่คณะกรรมศาสนาเพื่อการพัฒนาสุรินทร์หรือศูนย์สมุนไพรบ้านตะบัล
โทรศัพท์ (044) 531-275
นอกจากจะให้ความรู้เรื่องการผลิตยาดองเหล้าได้แล้ว
ที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิต
จำหน่ายยาสมุนไพรและรวบรวมสมุนไพรหายากเอาไว้อีกหลายชนิดด้วย
หรือหากจะร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านด้วยการทำนาข้าวปลอดสารเคมีก็น่าจะเป็นกำไรชีวิตได้อย่างดี
นับแต่นี้คงต้องอาศัยความเข้าใจของเราทุกคนในการสร้างการรับรู้ใหม่ต่อยาดอง
ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่เหล้าเท่านั้น
หากแท้จริงแล้วยังหมายรวมถึงสิทธิภูมิปัญญาในการดูแลรักษาตนเอง
โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น
ทั้งความรู้ในเรื่องการทำเหล้าและการใช้ยาสมุนไพร
เพียงแต่เมื่ออำนาจรัฐเข้าไปคุกคาม
และริดรอนสิทธิที่พึงมีพึงได้ของเขาแล้ว
ชาวบ้านจึงกลายเป็นเพียงบุคคลที่ไร้ศักยภาพ
ความป่วยไข้ที่เคยเป็นเรื่องง่ายดายในสายตาพวกเขา
กลายเป็นความชำนาญสำหรับหมอเพียงคนเดียวเท่านั้น
แล้วชาวบ้านตาดำๆ
ที่ยากจนเหล่านั้นจะต้องทำงานหนักอีกสักเท่าไรกัน
จึงจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิตที่นับถือเงินเป็นพระเจ้าในโลกบริโภคนิยมใบนี้?
|