chap3-5.html index.html chap3.html chap3-7.html




รูปแบบของระบบเครือข่าย







 

 

รูปแบบของระบบเครือข่าย (Network Topologies)

การเชื่อมโยงเครือข่ายระบบ LAN สามารถแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

1. โทโปโลยีรูปดาว (The Star Topology)
2. โทโปโลยีรูปวงแหวน (The Ring Topology)
3. โทโปโลยีแบบบัส (The Bus Topology)

• โทโปโลยีรูปดาว ( The Star Topology)

ลักษณะการทำงานจะมีสถานีศูนย์กลาง ทำหน้าที่เป็นตัวสวิตชิ่ง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดในระบบเครือข่ายจะ ต้องผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง (Center Comtuper) เพื่อเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสาร ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับรูปดาว (STAR) หลายแฉก ศูนย์กลางของดาว หรือฮับ จะเป็นจุดผ่านการ ติดต่อกันระหว่างทุกโหนดในเครือข่าย ศูนย์กลางจะมีหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมเส้นทางการสื่อสาร ทั้งหมด รวมทั้งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลอีกด้วย การสื่อสารแบบ STAR จะเป็นแบบ 2 ทิศทาง จะมีเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่เครือข่ายได้ ดังนั้นสัญญาณข้อมูลจึงไม่เกิดการชนกันเอง

ข้อดี ของเครือข่ายแบบ STAR คือการติดตั้งเครือข่ายและการดูแลรักษาทำได้ง่าย หากมีโหนดใดเกิดความเสียหาย ก็สามารถตรวจสอบได้ง่าย และศูนย์กลางสามารถตัดโหนดนั้นออกจากการสื่อสาร ในเครือข่ายได้

ข้อเสีย ของเครือข่ายแบบ STAR คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง มีราคาแพง และถ้าศูนย์กลางเกิดความเสียหายจะทำให้ทั้งระบบทำงานไม่ได้เลย

รูปแบบของระบบเครือข่าย (Network Topologies)

• โทโปโลยีรูปวงแหวน ( The Ring Topology)

เครือข่ายแบบ RING เป็นการส่งข่าวสารที่ส่งผ่านไปในเครือข่าย ข้อมูลข่าวสารจะไหลวนอยู่ในเครือข่ายไปในทิศทางเดียวเหมือนวงแหวน ซึ่งจะไม่มีจุดปลายหรือเทอร์มิเนเตอร์ และในแต่ละโหนดหรือสเตชั่นจะมีรีพีตเตอร์ประจำโหนด 1 เครื่อง ซึ่งจะทำหน้าที่เพิ่มเติมข่าวสารที่จำเป็นต่อการสื่อสารในส่วนหัวของแพ็กเกจ ข้อมูลสำหรับการส่งข้อมูลออกจากโหนด และมีหน้าที่รับแพ็กเกจข้อมูลที่ไหลผ่านมาจากสายสื่อสาร จากนั้นนำมาตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่ส่งมาให้โหนดตนหรือไม่ ถ้าใช่ก็จะคัดลอกข้อมูลทั้งหมดนั้นส่งต่อไปให้กับโหนดของตน แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปล่อยข้อมูลนั้นไปยังรีพีตเตอร์ของโหนดถัดไป

ข้อดี ของเครือข่ายแบบ RING คือ ผู้ส่งสามารถส่งข้อมูลไปยังผู้รับได้หลาย ๆ โหนดในเวลาเดียวกัน โดยการระบุตำแหน่งปลายทางเหล่านั้นลงไปในส่วนหัวของแพ็กเกจข้อมูล จากนั้นรีพีตเตอร์ของแต่ละโหนดก็จะตรวจสอบเอง ว่ามีข้อมูลส่งมาให้ที่โหนดตัวเองหรือเปล่า การส่งผ่านข้อมูลแบบ RING จะเป็นไปในทิศทางเดียว คือ จากโหนดสู่โหนด ดังนั้นจึงไม่ปัญหาการชนกันของสัญญาณข้อมูล

ข้อเสีย คือ ถ้ามีโหนดใดโหนดหนึ่งในเครือข่ายเสียหาย ข้อมูลจะไม่สามารถส่งผ่านไปยังโหนดถัดไปได้ และจะทำให้เครือข่ายทั้งเครือข่ายขาดการติดต่อสื่อสารได้ นอกจากนี้ในขณะที่ข้อมูลถูกส่งผ่านไปยังแต่ละโหนด จะทำให้เสียเวลาเพราะรีพีตเตอร์ทุกตัวจะต้องทำการคัดลอกข้อมูล และตรวจสอบตำแหน่งปลายทางของข้อมูล

รูปแบบของระบบเครือข่าย (Network Topologies)

• โทโปโลยีแบบบัส ( The Bus Topology)

ลักษณะการทำงานของเครือข่ายโทโปโลยีแบบ BUS คือ โหนดทุกโหนด ในเครือข่ายจะต้องเชื่อมโยง เข้ากับสายสื่อสารหลักที่เรียกว่า "บัส" (BUS) เมื่อโหนดหนึ่งต้องการจะส่งข้อมูลไปให้ยังอีกโหนด หนึ่งภายในเครือข่าย ข้อมูลจากโหนดผู้ส่งจะถูกส่งเข้าสู่สายบัสในรูปของแพ็กเกจ ซึ่งแต่ละแพ็กเกจจะมีตำแหน่งของ ผู้ส่งและผู้รับ และข้อมูล การสื่อสารภายในสายบัสจะเป็นแบบ 2 ทิศทางแยกไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของบัส โดยตรงปลายทั้ง 2 ด้านของบัสจะ มีเทอร์มิเนเตอร์ (Terminator) ทำหน้าที่ดูดกลืนสัญญาณ เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณข้อมูลนั้นสะท้อนกลับ เข้ามาอีก นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการชนกันของสัญญาณข้อมูลอื่น ๆ

สัญญาณข้อมูลจากโหนดผู้ส่งเมื่อเข้าสู่บัสจะไหลผ่านไปยังปลายทั้ง 2 ข้างของบัส แต่ละโหนดที่เชื่อมต่อเข้ากับ บัสจะคอยตรวจดูว่าตำแหน่งปลายทางที่มากับแพ็กเกจข้อมูลนั้นตรงกับตำแหน่งของตนหรือไม่ ถ้าใช่ก็จะรับข้อมูล นั้นเข้ามาสู่โหนดตน แต่ถ้าไม่ใช่ก็จะปล่อยให้สัญญาณข้อมูลผ่านไป จะเห็นว่าทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายแบบ BUS นั้นสามารถรับรู้สัญญาณข้อมูลได้ แต่จะมีเพียงโหนดปลายทางเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่สามารถรับข้อมูลนั้นได้

ข้อดี คือ สามารถติดตั้งระบบ ดูแลรักษา และติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ง่าย ไม่ต้องใช้เทคนิคที่ยุ่งยากซับซ้อน

ข้อเสีย คือ การไหลของข้อมูลที่เป็น 2 ทิศทางจะทำให้การหาจุดที่เกิดความเสียหายในบัสยาก และโหนดถัดต่อไปจากจุดที่เกิดความเสียหายจนถึงปลายของบัสจะไม่สามารถทำการสื่อสารข้อมูลได้ แต่โหนดที่อยู่ก่อนหน้าจุดเสียหายยังคงสามารถใช้