[ หมากล้อมคืออะไร ] [ กระดาน เม็ดหมากและการเล่น ] [ ระดับฝีมือ ] [ หมากล้อมเลี้ยงชีพ ]
[ หมากล้อมกับศาสตร์ด้านต่างๆ ] [ ทิ้งท้าย ]

หมากล้อมคืออะไร
ดูเหมือนจะเป็นคำถามง่าย ๆ แต่ตอบยากและมีความลุ่มลึกพอ ๆ กับคำถามที่ว่า ชีวทัศน์คืออะไร ซึ่งแต่ละคนจะให้ความหมายที่แตกต่างกันตามมุมมอง ทัศนคติ และประสบการณ์ส่วนบุคคล เช่นเดียวกัน นัก หมากล้อมและผู้ที่สนใจชื่นชอบในศิลปะหมากล้อม ต่างก็มีคำตอบที่หลากหลายเกี่ยวกับคำ ถามที่ว่า "หมาก ล้อมคืออะไร" แต่โดยทั่วไปแล้วเป็นที่เข้าใจในหมู่คนจีนว่า หมากล้อมคือศิลปะแขนงหนึ่ง ในศิลปะจำนวน 4 แขนงของจีนที่สืบทอดมาแต่โบราณ อันได้แก่ การดีดพิณ การเดินหมากกระดาน การเขียนพู่กัน และการวาด รูป ซึ่งหมากกระดานในที่นี้ หมายถึงหมากล้อมนั่นเอง
[ Top ]
กระดาน เม็ดหมากและการเล่น
กระดานหมากล้อมเป็นกระดานสี่เหลียม มีเส้นแนวตั้งและแนวนอน 19 เส้นเท่าๆ กัน เส้นเหล่านี้ทำให้เกิดจุดตัด 361 จุด การวางหมากจะวางลงบนจุดตัดเหล่านี้ หากวางหมากต่อเนื่องกันจะก่อให้เกิดขอบล้อมพื้นที่ซึ่งจะกลายมาเป็นคะแนนในการตัดสินแพ้ชนะ ขนาดของพื้นที่จะนับจากจุดตัดที่หมากล้อมอยู่

หมากจะมีสองสีทั่วไปคือ หมากขาวและหมากดำ ผู้ที่มีฝีมือสูงกว่ามักจะใช้หมากขาว และการวางหมากในเกมส์ปกติ ผู้ถือหมากดำจะได้วางก่อน ลำดับการวางก่อนหลังมีผลอย่างมากโดยเฉพาะตอนท้ายๆของเกมส์ การได้วางหมากก่อนถือเป็นการได้เปรียบ ดังนั้น หากฝีมือทั้งสองผ่ายสูสีกันหมากขาวจะได้คะแนนบวกไว้ก่อน 5.5 แต้มเพื่อชดเชยที่ต้องลงหมากทีหลัง นั่นหมายความว่าหมากดำต้องหาทางล้อมพื้นที่ให้ได้มากกว่าหมากขาวไม่น้อยกว่า 6 แต้มถึงจะชนะ
[ Top ]
ระหว่างเล่น หากหมากสีหนึ่งถูกหมากอีกสีล้อมไว้ หมากที่ถูกล้อมจะกลายเป็นเชลย ซึ่งจะเป็นแต้มที่นำมาลบออกจากพื้นที่ที่ล้อมได้ กฎการวางหมากมีข้อห้ามเพียงสองข้อคือ หมากที่วางลงไปจะต้องไม่เป็นการฆ่าตัวตาย และในสถานการณ์โคะ หากฝ่ายนึงถูกจับกินแล้ว อีกฝ่ายนึงจะไม่มีสิทธิ์จับกินต่อในทันที
หากฝีมือผู้เล่นต่างกันมาก ๆ ผู้เล่นหมากขาวอาจต่อให้หมากดำวางหมากในจุดดาวตั้งแต่สองหมากไปจนถึงเก้าหมาก วิธีนี้ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเล่นหมากล้อมกระดานเดียวกันได้อย่างสูสี คือหมากขาวก็ต้องเล่นสุดฝีมือเพราะเป็นฝ่ายเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มเกมส์ ในขณะที่หมากดำก็ได้เปรียบเพราะมีหมากที่จับจองพื้นที่ไปก่อนล่วงหน้า ในกรณีเล่นเกมส์แบบต่อหมาก ฝ่ายขาวจะได้ลงหมากก่อน
[ Top ]
ระดับฝีมือ
พูดถึงระดับฝีมือกันมั่ง ระดับของหมากล้อมมีสองประเภท สำหรับคนที่ยังไม่เป็นมืออาชีพจะใช้ระดับคิว (kyu) ซึ่งเริ่มจากระดับต่ำสุด 35 คิว ไปจนถึง 1 คิว ต่อจากนั้นก็จะเริ่มเป็น 1 ดั้ง (dan) ไปจนถึง 7 ดั้ง ส่วนที่เป็นมืออาชีพก็จะใช้ดั้งเหมือนกัน เริ่มจาก 1 ดั้ง ไปจนถึง 9 ดั้ง ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด แต่ว่าดั้งของมืออาชีพกับดั้งในระดับสมัครเล่นเทียบกันไม่ได้ อย่าง 7 ดั้งมือสมัครเล่น เล่นกับ 1 ดั้งมืออาชีพ ฝ่ายที่เป็นมืออาชีพต้องต่อให้ 2-3 หมาก (ประมาณ 15-25 แต้ม) แต่ถ้าเป็นมืออาชีพด้วยกันมักจะไม่ต่อหมากไม่ว่าจะต่างกันแค่ไหน อย่าง 1 ดั้ง กับ 9 ดั้ง ต่อหมากกันอย่างมากแค่สองหมากเท่านั้น
[ Top ]
หมากล้อมเลี้ยงชีพ
ในญี่ปุ่นผู้ที่ขึ้นมาเป็นมืออาชีพจะได้รับเงินเดือนจากสมาคมหมากล้อมญี่ปุ่น และมีรายการแข่งขันตลอดปี ซึ่งแต่ละรายการก็มีเงินรางวัลสูงมาก ยอดเงินรางวัลรายการใหญ่ๆ รวมแล้วมากกว่า 200 ล้านเยน รายการเหล่านี้มักได้สปอนเซอร์จากหนังสือพิมพ์เพราะคนญี่ป่นสนใจหมากล้อมกันมาก ทำให้หนังสือพิมพ์พลอยขายดีไปด้วย อย่างรายการที่เงินรางวัลสูงสุดคือรายการชิงตำแหน่งคิเซย์ (Kisei) สนับสนุนโดยหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ผู้ชนะได้เงินรางวัล 42 ล้านเยน รองลงมาคือรายการชิงตำแหน่งเมย์จิน (Meijin) ของหนังสือพิมพ์อาซาฮี 36 ล้านเยน รองลงมาอีกก็ตำแหน่งฮอนอินโบ (Honinbo) ของหนังสือพิมพ์ไมนิจิ 32 ล้านเยน สองอันหลังนี้ถือเป็นชื่อตำแหน่งระดับสูงของหมากล้อม มีมานานเป็นร้อยปีแล้ว ใครได้ครองก็ถือเป็นเกียรติ เป็นที่นับถือของคนทั่วไป เรียกว่าได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทอง เล่นหมากล้อมเลี้ยงชีพได้สบายๆ
[ Top ]
หมากล้อมกับศาสตร์ด้านต่างๆ
นอกจากความเป็นศิลปะแล้ว หมากล้อมยังมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากศิลปะอื่นๆ คือ ยังครอบคลุมถึงศาสตร์สาขาต่างๆ อาทิ ยุทธศาสตร์ อีกนัยหนึ่งว่า
หมากล้อมคือยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นการรบประชันกำลังของกองทัพหมากดำและหมากขาว ในการช่วงชิงครอบครองชัยภูมิขนาด 361 ตารางเมตร โดยที่ต่างฝ่ายต่างมีกำลังทหารเท่ากัน และไม่มีฝ่ายใดอยู่ในสภาวะที่ได้เปรียบและเสียเปรียบก่อนการประจัญบานดังนั้น ตลอดช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนานของจีนที่ผ่านมา จึงมีนักการทหารจำนวนนับไม่ถ้วนหลงใหลในเกมหมากล้อมรวมทั้ง จอมพล เฉินอี้ แม่ทัพแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้ปลุกกระแสให้หมากล้อมเป็นที่นิยมแพร่หลายในประเทศจีนอีกครั้ง นับตั้งแต่ศตวรรษเป็นต้นมา
หมากล้อมคือคณิตศาสตร์ เนื่องจากความสำคัญของเม็ดหมากและความได้เปรียบเสียเปรียบของ กองกำลังหมากบนกระดานศึก แม้กระทั่งการพลิกแพลงของรูปเกมตลอดการแข่งขัน ล้วนคิดคำนวณด้วยหลักการคณิตศาสตร์ว่าครอบครองพื้นที่ได้เท่าใด ฝ่ายใดได้สัดส่วนที่มากกว่า และจบการแข่งขันไปด้วยการชนะไปกี่แต้ม กี่เม็ด หรือ กี่จุด ซึ่งหากจะมองว่าการเล่นหมากล้อมเปรียบเสมือนการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ในช่วงสุดท้ายของเกมก็ว่าได้ โดยที่ก่อนจะถึงช่วงเวลานั้น แต่ละฝ่ายต้องเร่งทำคะแนนให้ได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง
[ Top ]
ฝ่ายชนะชนะได้เพราะการสูญเสียของฝ่ายพ่ายแพ้ นักหมากล้อมที่สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนว หน้าและมีชื่อเสียงอยู่ในระดับหนึ่ง ล้วนเคยลิ้มลองรสชาติแห่งความพ่ายแพ้มานับไม่ถ้วน และได้ย่างกรายผ่านเส้นทางของการแพ้ชนะมาอย่างล้มลุกคลุกคลาน จนกระทั่งจิตใจถูกขัดเกลาให้เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว

ในสังคมปัจจุบันที่แสวงหาความยุติธรรมและความเสมอภาค หมากล้อมถือว่าเป็นการชิงชัยที่มี คุณสมบัติดังกล่าวอย่างครบถ้วนและเป็นเสน่ห์ของหมากล้อมโดยแท้ เนื่องจากกระดานหมากล้อมวางหันด้าน หน้าขึ้นบน เปิดกว้างให้ผู้เล่นเลือกหาตำแหน่งและหยิบวางเม็ดหมากได้ตามความต้องการ โดยที่หมากทุกเม็ด จะถูกวางลงบนกระดานล้วนมีคุณค่าและความเสมอภาคที่เท่าเทียมกัน ส่วนหมากเม็ดใดจะแสดงประสิทธิภาพ ได้มากกว่าขึ้นอยู่กับผลการวางหมาก ดั่งคำเปรียบเปรยที่ว่า หมากล้อม คือ การชิงชัยเพื่อแสวงหาพื้นที่ที่จะ ดำรงอยู่ ซึ่งหากนำมาเปรียบเทียบกับคนเรา นั่นก็คือคนเราเกิดมาในสภาพเงื่อนไขที่เท่าเทียมกัน มีโอกาส ที่เท่ากัน ส่วนใครจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดอยู่ที่ผลการกระทำในภายหลัง
[ Top ]
แม้ว่าหมากล้อมยังไม่ได้บรรจุให้เป็นรายการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายและความมีชีวิตชีวาในการที่เป็นเกมแข่งขันอย่างหนึ่ง ผู้ที่เฝ้าดูการเดินหมาก ฟังคำบรรยายและคำชี้แนะรู้หลักการ แต่ไม่ลงมือฝึกฝนไม่เคยประชันฝีมือในการแข่งขันจริงก็ยากที่จะเล่นหมากล้อมได้ดี เช่นเดียวกัน ผู้ที่เฝ้าชมการแข่งขันหมากล้อม หากเล่นหมากล้อมไม่เป็น ก็คงไม่เข้าใจและไม่สนุกกับการแข่งขันแตกต่างจากกีฬาบางประเภท เช่น ยิมนาสติก ฟุตบอล ว่ายน้ำ กระโดดสูง ยิงธนู ฯลฯ ที่แม้ว่าผู้ชมจะเล่นกีฬาดังกล่าวไม่เป็นก็ยังคงสนุกสนานกับการเชียร์อยู่รอบขอบสนามได้อย่างจุใจ
นอกจากนนี้ หมากล้อมยังถูกขนานนามให้เป็น สื่อการเสวนา ที่ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยแลก เปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ในระหว่างการเดินหมาก ปัจจุบันแม้ว่าเทคโนโลยีการสื่อสารจะพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และมีความทันสมัยขึ้นทุกขณะ การสื่อสารโดยผ่านทางคอมพิวเตอร์และโทรสารได้ย่นระยะทางระหว่างกัน และ ย่อโลกใบนี้ให้เล็กลง แต่เครื่องมือเหล่านี้ไม่ใช่เหตุผลที่คนเราไม่ต้องเจอะเจอพบหน้าคร่าตากันอีกแล้ว เพราะ มนุษย์ยังต้องการเห็นหน้าซึ่งกันและการสื่อสารกันโดยตรง ซึ่งหมากล้อมเป็นสื่อกลางที่ดีอย่างหนึ่งที่ได้เสริม สร้างมิตรภาพระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันมานับไม่ถ้วนแล้ว และที่ผ่านมามีคู่ปรับหมากล้อมหลายคู่ที่กลายเป็น กัลยาณมิตรต่อกัน จากการที่ได้มีโอกาสปะทะฝีมือเม็ดหมากระหว่างกัน หากมองในภาพกว้างจะเห็นว่าแนว
โน้มของโลกกำลังก้าวสู่การแลกเปลี่ยนของวัฒนธรรมตะวันออกกับวัฒนธรรมตะวันตก และหยิบเก็บส่วนดีของ อีกวัฒนธรรมหนึ่งมาเติมเต็มให้กับวัฒนธรรมของตน ซึ่งหมากล้อมก็สามารถแสดงบทบาทการเป็นสื่อกลางใน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมได้ดี ดังเห็นได้จากชาวตะวันตกที่รักในศิลปะหมากล้อมสามารถเรียนรู้ และเข้าใจ ความเป็นชาวตะวันออกโดยผ่านแนวความคิดและปรัชญาที่สอดแทรกอยู่ในหมากล้อม ด้วยความหลากหลายของ หมากล้อมทำให้หมากล้อมเป็นมากกว่าศิลปะ กีฬา หรือศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่ง จึงเป็นสาเหตุที่ว่าเหตุใด หมากล้อมจึงลุ่มลึกและมีเสน่ห์ชวนค้นหา
[ Top ]

ทิ้งท้าย
หมากล้อมเป็นหมากกระดานที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยการใช้สติปัญญาและตรรกะ เป็นเกมส์ที่เล่น สนุก ตื่นเต้นไม่แพ้เกมส์วางแผนการรบบนคอมพิวเตอร์เลย ( เรียกว่าเป็น Turn-based Strategy ก็คงไม่ผิด นัก ^^ ) จะว่าไปแล้ว ในอดีตประเทศจีนใช้แนวคิดของหมากล้อมนำมาใช้ในการสงครามได้ผลดี จนมีการ บันทึกลงในตำราสงคราม ปัจจุบันแนวคิดและปรัชญาในการเดินหมากหลาย ๆ อย่างก็สามารถนำมาประยุกต์ ใช้ในชีวิตจริงได้ ทั้งการดำรงชีวิต การวางแผนทางธุรกิจ การตัดสินใจเรื่องต่างๆ การเล่นหมากล้อมจึงไม่ใช่ แค่สนุกเพียงอย่างเดียว อย่างน้อยที่สุด ก็เป็นเกมส์ที่ฝึกสมาธิได้ดี ให้รู้จักมีสติ คิดพิจารณาตัดสินใจอย่าง รอบคอบ ในระดับสูงขึ้นไปก็จะได้รู้จักความสมดุล การแลกเปลี่ยนโอกาสอย่างยุติธรรม การตีความสถานการณ์ และใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อม โรงเรียนประถมในญี่ปุ่นหลายๆ แห่งจึงบรรจุหมากล้อมเป็นวิชาบังคับเป็น การฝึกสมาธิและความรอบคอมตั้งแต่ในวัยเด็ก วัฒนธรรมของหมากล้อมเองก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจหมากล้อมเป็น เกมส์ที่เปิดให้เรียนรู้อย่างเต็มที่ การเล่นหมากล้อมแต่ละครั้งจะมีการจดบันทึกหมาก ทุกครั้งที่เล่นจบจะมีการ วิเคราะห์เกมส์หาจุดบกพร่อง จุดพลิกผันของเกมส์ร่วมกันระหว่างผู้เล่น หรือในบางครั้งก็มีมืออาชีพมาแนะนำ เพื่อพัฒนาฝีมือและแนวคิดให้ดีขึ้นไป ปัจจุบันมีบันทึกหมากจำนวนมาก ตั้งแต่สมัย 2-300 ปีก่อนโน่น มีทั้งที่ เป็นหนังสือและเป็นไฟล์บนคอมพิวเตอร์จะบันทึกเป็น SGF (Standard Go Format) มีซอฟต์แวร์หลายตัวที่ อ่านไฟล์ *.sgf ได้ บันทึกหมากบางไฟล์มีคำบรรยายหรือแม้แต่การเล่นหมากนอกเกมส์เป็นบทวิเคราะห์เพิ่ม เติม เพื่อให้เห็นแนวคิดและเหตุผลในการวางหมากของผู้เล่น ยิ่งถ้าได้มืออาชีพมาเขียนคำบรรยาย ก็จะเป็น บทเรียนชั้นเยี่ยมในการศึกษาหมากล้อมเลยทีเดียว
[ Top ] |