กรุงปราก ประเทศเชค

วันที่ 25 พฤษภาคม 2550

15.00 ข้ามพรมแดนสู่ประเทศเชค
เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในยุโรปตะวันออกจะคล้าย ๆ คือ ถ้าหากรวม passport ทั้งหมดไปให้ตรวจใน office เขาจะไม่ตรวจแล้วจะประทับตราให้เลย แต่ถ้าหากไม่รวมให้ แล้วรออยู่ที่รถ เขาจะเข้ามาตรวจเช็คหน้าตาทีละคนเลยว่าตรงกับตัวจริงหรือไม่เสียเวลามาก

ระหว่างทางปราสาทของอัศวินผู้ดูแลการขนส่งผ่านแม่น้ำ...

ระหว่างทางเป็นชุมชนริมแม่น้ำ

ระหว่างทางท่อขนส่งน้ำประปา

เริ่มเข้ากรุงปรากพบปั๊มน้ำมันมี LPG แก๊สด้วย

16.00 น. ถึงแล้ว กรุงปราก

 ปราก (Prague) เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเช็ก มีประชากรอาศัยประมาณ 1.2 ล้านคน เมื่อ ค.ศ. 1992 องค์การยูเนสโก ได้ประกาศให้ปรากเป็นมรดกโลก
 พื้นที่บริเวณกรุงปรากมีคนอาศัยตั้งแต่ 200 ปีก่อนคริสตกาล โดยช่วงแรกเป็นเผ่าเคลต์ (Celt) ก่อนจะถูกรุกรานโดยเผ่าเยอรมนิก (Germanic) และถูกครอบครองโดยเผ่าสลาฟในคริสต์ศตวรรษที่ 4
 ส่วนตัวเมืองปรากนั้นมีหลักฐานว่าสร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 9 และเป็นเมืองหลวงของแคว้นโบฮีเมีย ซึ่งอยู่ใต้การปกครองของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ที่มา: http://th.wikipedia.org

ในช่วงศตวรรษที่ 14 ภายใต้การปกครองของพระเจ้าชาร์ลส ที่ 4 แห่งราชวงศ์ลักเซมเบิร์ก
ได้มีการสร้างเมืองใหม่ต่อเนื่องกับเมืองเก่า และมีการก่อสร้างสถานที่สําคัญ อาทิ วิหารเซนต์
วิตุส ซึ่งเป็นโบสถ์โกธิกที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปกลาง และมหาวิทยาลัยชาร์ลส ที่เป็นมหาวิทยาลัยที่
เก่าแก่ที่สุดของยุโรปกลางเช่นกัน


จตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) เมืองที่ ยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลก

เดินจากจตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) แล้วเลี้ยวขวาก็จะพบนาฬิกาดาราศาสตร์ Astronomical Clock ติดตั้งหน้าอาคารเทศบาล จะตีบอกเวลาทุกชั่วโมง ขณะตีก็จะมีตุ๊กตารูปนักบุญและปีศาจออกมาจากหน้าต่างเล็กๆ เหนือหน้าปัดนาฬิกา

ตำนาน: นาฬิกาดาราศาสตร์ บริเวณจตุรัสเมืองเก่า มีอาคารเทศบาลเมืองที่สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1338 มีเรื่องเล่าว่า ในปี
ค.ศ. 1410 นายกเทศมนตรีของปรากได้ว่าจ้างช่างนาฬิกาผู้มีชื่อเสียงนาม ฮานุซ ให้มาสร้าง
นาฬิกาติดไว้ที่หอคอยของอาคาร ในตํานานกล่าวว่าเมื่อนาฬิกาเสร็จเรียบร้อยแล้วนายกเทศมนตรี
เกรงว่าจะมีคนมาจ้างฮานุซให้สร้างนาฬิกาที่ดีกว่าในปราก เขาจึงหาคนมาจัดการแทงตาของฮา นุซให้บอดด้วยมีดเผาไฟ เมื่อฮานุซทราบความจริง เขาก็บอกให้ผู้ช่วยพาเขาขึ้นไปบนหอคอย และ
แม่จะตาบอด แต่ช่างผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ลืมผลงานของตัวเอง ฮานุซจัดการดึงลิ้นของเครื่องจักรขึ้น
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังสนั่นและเครื่องจักรนาฬิกาก็หยุดลง ในนาทีเดียวกัน ฮานุซก็ล้มลงสิ้นใจ
เขาสามารถแก้แค้นนายกเทศมนตรีได้สําเร็จ เพราะเป็นเวลาต่อมาอีกหลายปีกว่าจะหาช่างที่มี
ฝีมือมาทําให้นาฬิกาเดินได้อีกครั้งหนึ่ง

ที่มา: วนิดา คุตตวัส

20.00 น. ทานข้าวเสร็จแล้วสองทุ่มยังไม่มืดแดดจ้าเลย ด้านหลังคือเซนต์จอร์จบาซิลิคา (Basilica of St. George)

จากนั้นเข้าที่พักครับ