ดาวอังคาร
( The Mar )

ดาวอังคาร อยู่ห่างจาก ดวงอาทิตย์ เป็นลำดับที่สี่ และมีขนาดใหญ่อันดับที่ 7: วงโคจร: 227,940,000 ก.ม. (1.52 AU) จากดวงอาทิตย์ เส้นผ่านศูนย์กลาง: 6,794 ก.ม. มวล: 6.4219 x 1023 ก. ก มาส์ (ภาษากรีก: เอเรส ) เป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม เนื่องเพราะเป็นดาวเคราะห์สีแดง; (ในยุคโรมัน Mars ถูกนับถือว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการเกษตร ต่อมาในยุคกรีกได้ ถือว่า มาส์ และ เอเรส เป็นเทพองค์เดียวกัน เป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม ซึ่งนิยมการล่าอาณานิคม และชื่นชมสัญลักษณ์นี้) ชื่อของ เดือน มีนาคม (March) แผลงมาจาก คำว่า Mars. แ ม้ว่าดาวอังคารมีขนาดเล็กกว่าโลกมาก แต่สภาพพื้นผิวของมันคล้ายคลึงกับโลกเรา ถ้าไม่นับโลกเรา, ดาวอังคารจัดเป็นดาวเคราะห์ที่มีพื้นภิภพ ( Terrestial planet) ที่มีความแตกต่างของระดับความสูงของภูมิประเทศ มากกว่าดาวเคราะห์ใด ๆ ตัวอย่าง เช่น: - โอลิมปุส มอนส์: ภูเขาที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ สูงถึง 24 ก.ม. (78,000 ฟุต) มีเส้นผ่านศูนย์กลางของฐาน กว้างมากกว่า 500 ก.ม. และขอบหน้าผาสูง 6 ก.ม. (20,000 ฟุต) (ขวามือ) - ทาร์ซิส: รอยโป่งนูนของพื้นผิวเส้นผ่านศูนย์กลาง 4000 ก.ม. สูง 20 ก.ม. - แวลเลส มาริเนอริส: ร่องเหว ยาว 400 ก.ม. ลึก 2 - 7 ก.ม. (ภาพบน); - เฮลลาส พลานิเทีย: หลุมอุกกาบาตทางซีกใต้ ลึกมากว่า 6 ก.ม. กว้าง 2,000 ก.ม.สภาพภายในของดาวอังคารซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลที่เก็บได้จากพื้นผิว คาดว่ามีแกน แน่น รัศมี 1,7000 ก.ม. ล้อมรอบด้วยหินร้อนหลอมละลาย และมีเปลือกบาง ดาวอังคารมีความหนาแน่นต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับดาวเคราะห์ที่มีพื้นพิภพดวงอื่น จึง อาจบ่งชี้ได้ว่า แกนของมันประกอบของเหล็กและกำมะถัน (iron and iron sulfide)


แรกเริ่ม ดาวอังคารมีความคล้ายคลึงกับโลก ถูกปกคลุมไปด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ยังผลให้เกิดหินปูน แต่ดาวอังคารขาดการเคลื่อนตัวของเปลือกผิว, จึงไม่สามารถ คืนคาร์บอนไดออกไซด์กลับไปสู่ชั้นบรรยากาศ ประกอบกับความหนาวเย็นของพื้นผิว เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์ จึงไม่ปรากฏ "ภาวะเรือนกระจก" (green- house effect) ให้เห็นโดยชัดเจน ดาวอังคารมีชั้นบรรยากาศบางมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (95.3%) ไนโตรเจน (2.7%), อาร์กอน (1.6%) ออกซิเจน (0.15%) และไอน้ำ (0.03%) ่ความหนาแน่นเฉลี่ยเพียง 7 มิลลิบาร์ ( millibars) น้อยกว่า 1% ของโลก, แต่มีความแตกต่างที่ระดับสูง เป็นต้นว่า มีความหนาแน่นถึง 9 มิลลิบาร์ที่ก้น แอ่งที่ราบ และก็มีความหนาแน่นเพียง 1 มิลลิบาร์ที่ยอดเชาโอลิมปุส มอนส์; ความหนาแน่นของบรรยากาศมีเพียงพอ ที่จะทำให้เกิดกระแสลมแรงมาก และพายุฝุ่น ปกคลุมดาวเป็นเวลานับเดือน; บรรยากาศที่เบาบางทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ซึ่งทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเพียง 5 องศาเคลวิน; นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ ดาวศุกร์และโลก ดาวอังกคารมีขั้วน้ำแช็งถาวร ปกคลุมทั้งสองขั้ว องค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นน้ำแข็งแห้ง (คาร์บอนไดออกไซด์แข็งตัว) ซึ่งมีโครงสร้างเป็นแผ่นน้ำแช็งทับถมตัวกัน ซึ่งบางครั้งก็สลับกับฝุ่นสีเข้ม ขั้วเหนือตอนฤดูร้อน คาร์บอนไดออกไซด์จะระเหิด ( sublimes), เหลือไว้แต่ชั้นน้ำแช็ง (water ice) สำหรับขั้วใต้นั้น ยังไม่ทราบ ว่าจะมีน้ำแข็งภายใต้แผ่นน้ำแข็งแห้งหรือไม่ (ซ้าย) เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เคยระเหิดออกจนหมด ซึ่งเป็นเหตุมาจาก การที่เส้นศูนย์สูตรของดาวอังคาร ทำมุม เอียงกับระนาบวงโคจร; บางทีอาจจะมีน้ำแข็งของน้ำซ่อนอยู่ใต้พื้นผิว การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดของขั้วน้ำแข็ง ทำให้ความหนา แน่นของบรรยากาศเปลี่ยนแปลง 25% (วัดที่ ตำแหน่งของยาน Viking lander) จากการสังเกตการณ์ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (ขวา) เมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าบรรยากาศของดาวอังคาร ทั้งหนาวเย็นและแห้งกว่าที่ ยานไวกิ้งแลนเดอร์เคยทำ การวัดไว้ ( รายละเอียดเพิ่มเติม จาก STScI)


พื้นผิวดาวอังคารส่วนมากจะมีอายุเก่า (old) และมีรอยอุกกาบาต ยกเว้นบริเวณ หุบเหว ทิวเขา เนินเขา และที่ราบ เป็นพื้นผิวที่มีอายุน้อยกว่า สภาพภายในของดาวอังคารซึ่งวิเคราะห์จากข้อมูลที่เก็บได้จากพื้นผิว คาดว่ามีแกนแน่น รัศมี 1,7000 ก.ม. ล้อมรอบด้วยหินร้อนหลอมละลาย และมีเปลือกบาง ดาว อังคารมีความหนาแน่นต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับดาวเคราะห์ที่มีพื้นพิภพดวงอื่น จึงอาจบ่งชี้ได้ว่า แกนของมันประกอบของเหล็กและกำมะถัน (iron and iron sulfide) ดาวอังคาร เป็นดาวเคราะห์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ยานอวกาศลำแรกที่ประสบความสำเร็จในการผ่านใกล้ดาวอังคาร คือ ยานมารีเนอร์ 4 แสดงให้เห็นว่าพื้นผิว ดาวอังคารมีหลุมและบ่อมากมาย ยานอวกาศมารีเนอร์อีกหลายลำต่อมา สามารถถ่ายภาพพื้นผิวรวมกันแล้วได้ครบทั่วทุกบริเวณ โดยเห็นภาพละเอียดถึง 1 กิโลเมตร ภาพถ่ายเหล่านี้ช่วยให้นักภูมิศาสตร์ทำแผนที่ของดาวอังคารได้ทั้งดวง บนพื้นผิวของดาวอังคารจึงพบการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทางธรณีวิทยา เช่น ปล่องภูเขาไฟ หุบเหวกว้างและลึกร่องที่เหมือนกับร่องน้ำที่เคยเป็นทางน้ำไหลมาก่อน ยานที่สำรวจดาวอังคารต่อจากยานมารีเนอร์ คือ ยานไวกิง 2 ลำ ต่อจากยานไวกิงคือ ยานมาร์ส พาธไฟเดอร์ ได้ชี้ให้ เห็นว่าบนดาวอังคารเคยมีน้ำไหลมาก่อน ล่าสุดยานมาร์สโกลบอล เซอร์เวเยอร์ ซึ่งกำลังเคลื่อนรอบดาวอังคารได้ส่งภาพหุบเหวที่เป็นร่องลึกหรือ ที่เรียกว่า แคนยอน ซึ่งคดเคี้ยวไปมา ในอนาคตสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น มีโครงการที่จะส่งยานอวกาศไปเก็บดินจากดาวอังคารกลับมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการบนโลก และอีกไม่นานมนุษย์จะเดินทางไปดาวอังคารเช่นเดียวกับการลงบนดวงจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2512










BACKNEXT

ดวงอาทิตย์
ดาวพุธ
ดาวศุกร์
โลก
อังคาร
พฤหัส
ดาวเสาร์
ยูเรนัส
เนปจูน
พลูโต

HOME
หน้าหลักดาว
ระบบสุริยะ
ห้องภาพดาว
จักราศี
รวมบ้านดาว
นิทานดาว