ชื่อ

ฝีตับ

ลักษณะทั่วไป

ฝีในตับ หมายถึงฝีในเนื้อตับ ที่เกิดจากเชื้ออะมีบา โรคนี้ยังพบได้ไม่น้อยในบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในท้องถิ่นที่การสุขาภิบาลยังไม่ดี (ไม่มีส้วมใช้ ไม่มีน้ำสะอาดดื่ม มีแมลงวันชุกชุม) พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 6-7 เท่า ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 30-50 ปี

สาเหตุ

เกิดจากเชื้ออะมีบาที่มีชื่อว่า เอนตามีบา ฮิสโตไลติคา (Entamoeba histolytica) ซึ่งทำให้เกิดโรคบิดอะมีบา ( เชื้อนี้จะเข้าไปทำให้เกิดฝีในเนื้อตับ จึงมักเรียกว่า ฝีบิดในตับ มักเป็นฝีหัวเดียว หลายหัวก็มี แต่พบได้น้อย ระยะฟักตัวไม่แน่นอน ผู้ป่วยอาจมีประวัติเป็นบิดอะมีบามาก่อนในระยะใกล้ ๆ หรืออาจนานเป็นปีหรือสิบ ๆ ปี บางคนอาจไม่มีประวัติเป็นบิดมาก่อนเลยก็ได้

อาการ

มีไข้สูง หนาวสั่น เหงื่อออก อ่อนเพลีย เบื่ออาหารคลื่นไส้ อาเจียน เสียดแน่นตรงใต้ลิ้นปี่ หรือปวดตรงชายโครงขวา ซึ่งอาจปวดร้าวมาที่หัวไหล่ขวา มักปวดอย่างรุนแรง ขยับเขยื้อนหรือแตะถูกจะรู้สึกเจ็บมาก บางคนอาจไอออกเป็นหนองสีกะปิ หรือหายใจหอบ ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีอาการของเยื่อบุช่องท้องอักเสบ , ภาวะมีหนองในช่องปอด ถ้าเป็นเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีอาการขาดน้ำ ขาดอาหาร ซูบผอม และบวมจากการขาดสารโปรตีน

สิ่งที่ตรวจพบ

ไข้สูง ตับโต และลักษณะเฉพาะของโรคนี้คือ ตรงชายโครงข้างขวาจะมีจุดที่เคาะ หรือกดเจ็บมากกว่าบริเวณโดยรอบ ซึ่งตรงกับตำแหน่งของฝี (เราสามารถตรวจโดยใช้นิ้วเพียงนิ้วเดียว ไล่จี้กดแรงๆ ในบริเวณชายโครงขวา ซึ่งจะพบจุดที่กดเจ็บมากที่สุดอยู่จุดหนึ่ง) ผู้ป่วยอาจมีอาการตาเหลืองหรือไม่ก็ได้ ปอดข้างขวาส่วนล่างอาจเคาะทึบและใช้เครื่องฟังตรวจปอดจะพบเสียงหายใจค่อย (decreased breath sound) ซึ่งแสดงว่ามีหนองคั่งอยู่ในช่องปอดข้างขวา

อาการแทรกซ้อน

ฝีอาจแตกเข้าไปในปอด ช่องเยื่อหุ้มหัวใจ หรือช่องท้องทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มปอดอักเสบ (มีหนองคั่งอยู่ในช่องปอด), เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (pericarditis), หรือเยื่อบุช่องท้องอักเสบ เป็นอันตรายถึงตายได้

การรักษา

หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาลด่วน อาจต้องเอกชเรย์ (พบกะบังลมข้างขวาสูงกว่าข้างซ้าย หรือมีหนองขังอยู่ในช่องปอด) เจาะเลือด ทดสอบการทำงานของตับ (Liver function test) ถ้าจำเป็นอาจทำการตรวจพิเศษอื่น ๆ เช่น ทำสะแกนตับ (Liver scan) โดยใช้สารกัมมันตรังสีตรวจดูลักษณะของตับ ตำแหน่งและขนาดของฝี การเจาะตับมักจะพบมีหนองสีกะปิ เมื่อนำไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรษน์ อาจพบตัวอะมีบา การรักษา ควรให้ยาฆ่าเชื้ออะมีบา ได้แก่ เมโทรไนดาโซล ขนาด 200 มก. ครั้งละ 4 เม็ด วันละ 3 ครั้ง นาน 5 วัน และอาจต้องเจาะดูดระบายเอาหนองออกจากตับ นอกจากนี้ อาจให้การรักษาตามอาการ เช่น ให้น้ำเกลือถ้ามีภาวะขาดน้ำ, บำรุงด้วยอาหารพวกโปรตีนถ้าสงสัยมีภาวะขาดสารโปรตีน เป็นต้น

คำแนะนำ

1. ผู้ป่วยที่มีอาการตาเหลือง หรือปวดตรงบริเวณชายโครงขวา ถ้าหากมีอาการไข้สูงหนาวสั่น ควรนึกถึงโรคฝีในตับ ถุงน้ำดีอักเสบ มากกว่าตับอักเสบจากไวรัส 2. โรคนี้มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้าไม่ได้รับรักษา ปล่อยให้ฝีแตก จนกลายเป็นเยื่อบุช่องท้องอักเสบ ก็อาจเป็นอันตรายถึงตายได้ ดังนั้น ถ้าสงสัยโรคนี้ ควรส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยเร็ว

การป้องกัน

1. ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาด ไม่ดื่มน้ำคลองหรือน้ำบ่อแบบดิบ ๆ ,ไม่กินน้ำแข็งที่เตรียมไม่สะอาด 2. กินอาหารสุกและไม่มีแมลงวันตอม 3. ล้างมือด้วยน้ำกับสบู่ก่อนเตรียมอาหาร ก่อนเปิบข้าวและหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้ง , 4. ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ อย่าถ่ายลงคลอง หรือตามพื้นดิน

หมายเหตุ

-

All contents © copyright 2007. Design By Computer science XI.