ชื่อ

แผลอักเสบ

ลักษณะทั่วไป

แผลอักเสบ เกิดจากมีบาดแผล (เช่น แผลถลอก มีดบาด ตะปูตำ หนามเกี่ยว สัตว์กัด ฯลฯ) อยู่ก่อน แล้วมีเชื้อแบคทีเรีย (สเตรปโตค็อกคัส หรือ สแตฟฟีโลค็อกคัส) เข้าไปทำให้อักเสบเป็นหนอง

สาเหตุ

-

อาการ

บาดแผลมีลักษณะปวด บวม แดง ร้อน หรือเป็นหนอง บางคนอาจมีไข้หรือต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียงโตร่วมด้วย

สิ่งที่ตรวจพบ

-

อาการแทรกซ้อน

ถ้าอักเสบรุนแรง เชื้ออาจลุกลามเข้ากระแสเลือดทำให้เป็นโลหิตเป็นพิษ ได้

การรักษา

1. ชะล้างแผลด้วยน้ำเกลือ (ใช้เกลือ 1 ช้อนโต๊ะใส่ในน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เดือด) หรือ นอร์มัลซาไลน์ (Normal saline) ถ้าเป็นหนองเฟะ ควรชะล้างด้วยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ แล้วล้างด้วยน้ำเกลือ ใช้น้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมเข้มข้นใส่แผล แล้วปิดด้วยผ้าก๊อชสะอาด ควรทำแผลอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง 2. ถ้ามีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือแผลอักเสบมากให้ยาแก้ปวดลดไข้ และยาปฏิชีวนะ เช่น เพนวี , คล็อกซาซิลลิน หรือ อีรีโทรไมซิน นาน 5-7 วัน 3. ถ้าไข้ไม่ลดใน 3 วัน ซีดเหลือง หรือสงสัยเป็นโลหิตเป็นพิษ หรือเบาหวาน ควรส่งโรงพยาบาล

คำแนะนำ

1. ควรพักแขนขาส่วนที่มีบาดแผล (เช่นอย่าเดินหรือใช้งานมาก) และยกส่วนนั้นให้สูง เช่น ถ้ามีบาดแผลที่เท้า ควรนอนพักและใช้หมอนรองเท้าให้สูงกว่าระดับหน้าอก ถ้ามีบาดแผลที่มือ ควรใช้ผ้าคล้องแขนกับลำคอให้ บาดแผลอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ 2. ไม่มีอาหารใด ๆ ที่แสลงต่อบาดแผล ไม่ว่าจะเป็น ไข่ เนื้อ ส้ม (ดังที่ชาวบ้านมักเชื่อกันอย่างผิด ๆ ) ตรงกันข้ามควรบำรุงด้วยอาหารพวกโปรตีน (เช่น เนื้อ นม ไข่) ให้มาก ๆ จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น 3. ไม่ควรทาแผลด้วย เพนิซิลลิน (ทั้งชนิดขี้ผึ้ง หรือ ยาฉีดที่เรียกว่า โปรเคน ) หรือซัลฟา (ทั้งชนิดขี้ผึ้ง หรือยาผง ) ยานี้ระยะแรก ๆ อาจทำให้แผลแห้ง แต่ทาต่อไปจะทำให้เกิดการแพ้ มีอาการบวมคัน และแผลกลับเฟะได้ ถ้าจะใช้ยาทา ควรใช้ขี้ผึ้งเตตราไซคลีนหรือครีมเจนตาไมซิน 4. ผู้ที่เป็นแผลเรื้อรังไม่หายขาด อาจเนื่องจากมีภาวะซีดหรือขาดอาหาร จึงควรบำรุงอาหารดังในข้อ 2 นอกจากนี้อาจมีสาเหตุจากเบาหวาน ควรตรวจดูน้ำตาลในปัสสาวะ ถ้าสงสัยเป็นเบาหวาน ควรส่งโรงพยาบาล 5. แผลอักเสบเป็นหนองมักเกิดจากการดูแลบาดแผลสด (เช่น แผลถลอก มีดบาด ) ที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นจึงควรแนะนำ การดูแลบาดแผลสด ดังนี้ 5.1 เมื่อมีบาดแผลสด ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันที เพื่อชะล้างเอาสิ่งสกปรกออกไป 5.2 ทาแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน, ทิงเจอร์ใส่แผลสด (Merthiolate) อย่าฟอกด้วยไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ 5.3 อย่าให้แผลถูกน้ำ หรือใช้น้ำลาย น้ำหมากหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ พอกที่แผล 5.4 ควรพักส่วนที่เป็นบาดแผลให้มาก ๆ 5.5 กินอาหารได้ตามปกติ ควรกินอาหารพวกโปรตีน ผักและผลไม้ให้มาก ๆ 5.6 ถ้าบาดแผลสกปรก ควรให้ยาปฏิชีวนะ 5.7 แนะนำ ให้ฉีดยาป้องกันบาดทะยักในรายที่จำเป็น 5.8 ถ้าแผลกว้าง (ขอบแผลห่างกันจนไม่สามารถใช้พลาสเตอร์ปิดถึงให้ชิดกันได้) ควรให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการเย็บแผล

การป้องกัน

-

หมายเหตุ

-

All contents © copyright 2007. Design By Computer science XI.