ชื่อ

ครรภ์ไข่ปลาอุก

ลักษณะทั่วไป

ครรภ์ไข่ปลาอุก เกิดจากรกในครรภ์มารดากลายเป็นเนื้องอกผิดปกติ ส่วนมากจะเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา (benign tumor) ที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง ส่วนน้อย (ประมาณ 2%) ที่อาจกลายเป็นเนื้อร้าย หรือมะเร็ง (chorio-carcinoma) ที่อาจลุกลามและแพร่กระจายตามกระแสเลือด ไปทั่วร่างกาย มักพบในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยกว่า 18 ปีหรือมากกว่า 40 ปี อาการมักเกิดในระยะแรก ๆ ของการตั้งครรภ์ บางครั้งอาจเกิดจากรกที่ค้างอยู่ในมดลูกหลังคลอดหรือแท้งบุตร โรคนี้อาจพบได้เป็นครั้งคราว ไม่บ่อยนัก

สาเหตุ

-

อาการ

อาการมักเกิดหลังตั้งครรภ์ใหม่ ๆ พบว่าขนาดของมดลูกโตเร็วกว่าปกติ (คลำได้ขนาดของมดลูกโตกว่าอายุครรภ์ที่ควรจะเป็น) นอกจากนี้ยังพบอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยทางช่องคลอดคล้ายกับแท้งบุตร ทารกในท้องไม่ดิ้น และมีอาการแพ้ท้อง คือ คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง บางครั้ง อาจมีชิ้นเนื้อลักษณะคล้ายไข่ปลาอุกหลุดออกมาทางช่องคลอด ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกโรคนี้ว่า "ครรภ์ไข่ปลาอุก" บางคนอาจมีเลือดออกนานเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนจนทำให้มีอาการซีด อ่อนเพลีย ผู้ป่วยมักมีอาการแสดงของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิน (เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว) ร่วมด้วย เนื่องจากฮอร์โมนเอชซีจี (ที่มีปริมาณสูง) จะมีฤทธิ์อ่อน ๆ ในการกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติ

สิ่งที่ตรวจพบ

-

อาการแทรกซ้อน

อาจมีการติดเชื้อภายในมดลูก และกลายเป็นโลหิตเป็นพิษ อาจมีการตกเลือดมาก หรือครรภ์เป็นพิษ ซึ่งจะพบก่อนอายุครรภ์ 5 เดือน

การรักษา

หากสงสัยควรส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจ ฮอร์โมน เอช ซี จี (hCG) ในเลือดและปัสสาวะซึ่งจะพบว่ามีขนาดสูงกว่าที่พบในการตั้งครรภ์ปกติ และอาจต้องทำการตรวจพิเศษ เช่น อัลตราซาวนด์ ถ้าเป็นโรคนี้จริง อาจต้องทำการขูดมดลูก หรือผ่าตัดมดลูกตามแต่สภาพของผู้ป่วย ถ้าอายุมาก หรือมีบุตรเพียงพอ อาจทำการผ่าตัดเอามดลูกออก (ก่อนการดมยาผ่าตัด ควรให้ยาปิดกั้นบีตา ควบคุมอาการของภาวะไทรอยด์ทำงานมากเกิน) หลังจากนั้น ควรนัดมาตรวจระดับ เอช ซี จี ในปัสสาวะ และเอกซเรย์ปอดเป็นระยะ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี เพื่อสังเกตว่าจะมีการกำเริบหรือกลายเป็นมะเร็งหรือไม่ ถ้ากลายเป็นมะเร็ง ควรต้องผ่าตัดเอามดลูกออก และให้ยารักษามะเร็ง เช่น เมโทเทรกเซต (Methotrexate) และ แอกติโนไมซิน ดี (Actinomycin D) ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ประมาณ 75-85%

คำแนะนำ

โรคนี้ถึงแม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ถ้ามีอาการที่น่าสงสัย เช่น มดลูกโตเร็ว เลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย หรือแพ้ท้องรุนแรง ควรส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลให้แน่ใจ และถ้าเป็นโรคนี้จริง ควรแนะนำให้ผู้ป่วยรักษากับแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง ก็มีทางรักษาให้หายขาดได้ (ถึงแม้จะกลายเป็นมะเร็งก็ตาม) แต่ถ้ากลายเป็นมะเร็งแล้วไม่ได้รักษาจริง ๆ จัง ๆ ก็อาจแพร่กระจายไปทั่วตัว เป็นอันตรายถึงตายได้

การป้องกัน

-

หมายเหตุ

หญิงตั้งครรภ์ที่ท้องโตเร็วหรือแพ้ท้องรุนแรง อาจเป็นครรภ์ไข่ปลาอุก

All contents © copyright 2007. Design By Computer science XI.