ชื่อ

สัตว์กัด แมลงต่อย

ชื่อภาษาอังกฤษ

Bites and stings

้ลักษณะทั่วไป

สัตว์กัดแมลงต่อย เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ในที่นี้ขอแยกกล่าวตามชนิดของสัตว์และแมลง ที่ต้นเหตุดังนี้ สัตว์กัด บาดแผลที่เกิดจากสัตว์กัด อาจทำให้มีเลือดออกและติดเชื้ออักเสบได้ บางครั้งอาจติดเชื้อบาดทะยัก ทำให้เป็นบาดทะยัก แทรกซ้อนได้ ถ้าเกิดจากสุนัข แมว สัตว์แทะ (หนู กระรอก) หรือสัตว์ป่ากัด ก็อาจทำให้เป็นโรคพิษสุนัขบ้า ได้ ถ้าเกิดจากสัตว์พิษ เช่น งูพิษ ก็อาจมีอันตรายร้ายแรงจากพิษของมันได้ ผึ้ง ต่อ แตน แมลงภู่ หมาร่า แมลงพวกนี้จะมีเหล็กในอยู่ที่ส่วนปลายของลำตัว เมื่อต่อยเข้าผิวหนังของคนเรา จะปล่อยน้ำพิษออกมาทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เห็บ เห็บนอกจากจะเป็นพาหะนำไข้รากสาดใหญ่ชนิด Epidemic typhus แล้ว มันยังมีพิษที่สามารถทำลายระบบประสาทให้กลายเป็นอัมพาตได้อีกด้วย แมงมุม โดยทั่วไปจะไม่มีพิษ เมื่อถูกกัดจะเป็นเพียงแผลบวมแดงไม่ปวด ให้ใช้ยาหม่อง หรือครีมสเตอรอยด์ ทา แมงมุมที่มีพิษ เช่น แมงมุมดำ (Black widow spider) ซึ่งพบในแถบลาตินอเมริกา (ไม่พบในประเทศไทย) อาจมีพิษต่อประสาท ทำให้อ่อนแรง เวียนศีรษะ อาเจียน กล้ามเนื้อเกร็งและปวด อาจหายใจลำบาก และช็อกถึงตายได้ ต้องฉีดเซรุ่มแก้พิษ ถ้าสงสัยถูกแมงมุมมีพิษต่อย ให้ทำการปฐมพยาบาล แบบเดียวกับถูกงูกัด แมงป่อง แมงป่อง มีเหล็กในที่หาง ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงตรงบริเวณที่ถูกต่อย ต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้เคียงโต บางคนอาจปวดเป็นชั่วโมง ๆ ให้รักษาแบบเดียวกับถูกผึ้งต่อย ถ้าปวดมากให้ฉีดยาชาตรงบริเวณที่ถูกต่อย แมงป่องที่มีพิษร้ายแรง (ยังไม่พบในบ้านเรา) จะมีพิษต่อประสาท ทำให้กล้ามเนื้อกระตุก ชัก อาเจียน น้ำลายฟูมปาก หยุดหายใจ ตายได้ ต้องฉีดเซรุ่มแก้พิษ ถ้าสงสัยถูกแมงป่องมีพิษต่อย ให้ทำการปฐมพยาบาลแบบเดียวกับถูกงูกัด ตะขาบ ตะขาบมักไม่มีพิษร้ายแรง นอกจากทำให้บริเวณที่ถูกกัด มีอาการบวมแดงและปวดเล็กน้อย แต่บางคนอาจมีอาการปวดรุนแรงได้ น้อยรายที่อาจทำให้มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานว่ามีคนถูกตะขาบกัดตาย แมงกะพรุน แมงกะพรุนจะมีหนวดพิษหลายอัน แต่ละอันประกอบด้วยเหล็กในเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีขนาดเล็กมากจนไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เมื่อหนวดพิษสัมผัสถูกผิวหนังของคนเรา ก็จะปล่อยพิษออกมา ทำให้มีอาการปวดแสบปวดร้อน และผิวหนังมีผื่นแดงหรือเป็นสีแดงเข็ม บางครั้งเหมือนรอยไหม้ บางคนอาจแพ้พิษมาก ทำให้ผิวหนังบวมนูนขึ้นเป็นทางยาว แล้วเกิดเป็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มพอง และแตกเป็นแผลเรื้อรังหายยาก ถึงแม้ตกสะเก็ดแล้วก็อาจกำเริบเป็นแผลใหม่อีก เมื่อหายแล้วมักจะกลายเป็นแผลปูด หรือคีลอยด์ ซึ่งบางครั้งอาจมีลักษณะน่าเกลียด โดยทั่วไป แมงกะพรุนไฟ จะมีพิษร้ายแรงกว่า แมงกะพรุนธรรมดา สำหรับแมงกะพรุนไฟ นอกจากจะทำให้เป็นแผล เรื้อรังแล้ว ยังอาจทำให้มีอาการชาตามมือ เท้า กล้ามเนื้อหดเกร็ง จุกเสียด หายใจไม่สะดวก ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและมีไข้ อาการอาจเกิดหลังสัมผัสถูก 30 นาที - 1 ชั่วโมง กว่าจะทุเลากินเวลา 24 - 48 ชั่วโมง ในรายที่มีอาการแพ้รุนแรง อาจเกิดภาวะช็อกและอาจตายได้ใน 10-15 นาที ภาวะแพ้พิษรุนแรงดังกล่าว เป็นสิ่งที่พบได้น้อยมาก ส่วนมากจะมีเพียงอาการปวดแสบปวดร้อนหรือเป็นแผลเรื้อรังเฉพาะที่บริเวณที่สัมผัสถูก

สาเหตุ

-

อาการ

ผึ้ง ต่อ แตน แมลงภู่ หมาร่า ส่วนมากจะมีอาการเฉพาะที่เพียงเล็กน้อย คือบริเวณที่ถูกต่อยมีอาการปวด บวม แดง คัน แสบร้อน อาจเป็นอยู่นานหลายชั่วโมง ถ้าเป็นมาก อาจมีอาการบวมลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง และเป็นอยู่หลายวัน (ถ้ากัดที่ลิ้นอาจทำให้ลิ้นบวมอุดกั้นทางเดินหายใจ ตายได้) ถ้าเกิดอาการแพ้รุนแรง (เช่น ถูกผึ้ง ต่อ หรือแตน ต่อย) นอกจากอาการเฉพาะที่แล้ว ยังอาจมีอาการทั่วไปร่วมด้วย เช่น ริมฝีปากบวม หนังตาบวมคัน มีลมพิษขึ้นทั่วตัว คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก หายใจหอบ เนื่องจากกล่องเสียงบวม หรือหลอดลมหดตัวคล้ายหืด หรือเกิดภาวะช็อก (เป็นลม ชีพจรเบาและเร็ว ความดันตก) และอาจ ตายได้ภายใน 15-30 นาที อาการแพ้มักเกิดขึ้นภายใน 2-3 นาทีหลังจากถูกต่อย หรืออาจเกิดหลังถูกต่อย แล้ว 24 ชั่วโมงก็ได้ อาการแพ้พิษอาจเกิดจากการถูกต่อยเพียงครั้งเดียว ในผู้ที่เคยมีอาการแพ้ได้ง่าย หรืออาจเกิดจากการถูกต่อยจำนวนเป็นร้อย ๆ ครั้งพร้อมกัน (เคยมีรายงานว่ามีคนตายจากถูกผึ้งประมาณ 100 ตัว ต่อยพร้อมกัน) นอกจากนี้บางรายยังอาจพบภาวะแทรกซ้อนตามมาในภายหลัง เช่น บริเวณที่ถูกกัด กลายเป็นแผลอักเสบเป็นหนอง, โรคไตเนโฟรติก ในกรณีถูกผึ้งต่อย เป็นต้น เห็บ ผู้ป่วยส่วนมากจะมีอาการเฉพาะที่ เป็นตุ่มคัน หายได้ภายใน 2-3 วัน แต่อาจทำให้เกาจนเป็นหนองได้ แต่ถ้าเอาตัวออกไม่หมด ยังมีหัวของมัน ฝังอยู่ในผิวหนัง ตุ่มนี้อาจโตขึ้น (ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นก้อนมะเร็งได้) บางครั้งอาจทำให้เกิดอาการอัมพาต คล้ายโปลิโอ เมื่อเอาหัวของมันออก ก็จะค่อยๆ หายได้ แต่ถ้าปล่อยจนกล้ามเนื้อหายใจเป็นอัมพาตก็อาจทำให้หยุดหายใจ ตายได้

สิ่งที่ตรวจพบ

-

อาการแทรกซ้อน

-

การรักษา

สัตว์กัด 1. เมื่อถูกสัตว์กัด ให้รีบล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันที ควรฟอกล้างนานอย่างน้อย 5 นาที แล้วใช้ผ้ากอซปิด ไม่ควรเย็บปิดแผล เพราะอาจติดเชื้อเป็นหนองได้ง่าย ควรชะล้างแผลด้วยน้ำเกลือสัก 3-4 วัน เมื่อแผลสะอาดดีจึงค่อยเย็บปิด 2. ถ้าแผลเหวอะหวะ และมีเลือดไหลมาก ควรทำการห้ามเลือด แล้วส่งโรงพยาบาลด่วน 3. ถ้าเกิดจากงูกัด ควรทำการปฐมพยาบาลและให้การรักษาแบบงูกัด 4. ถ้าเกิดจากสุนัข แมว สัตว์แทะ สัตว์ป่า หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ กัด ควรปฏิบัติเช่นเดียวกับสุนัขกัด 5. ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนวี , คล็อกซาซิลลิน หรือ อีริโทรไมซิน และฉีดยาป้องกันบาดทะยักทุกราย ผึ้ง ต่อ แตน แมลงภู่ หมาร่า 1. รีบเอาเหล็กในออก โดยใช้ใบมีดหรือปลายเข็ม ขูดออก หรือใช้กระดาษสกอตเทปปิดทาบ แล้วดึงออก เหล็กในจะหลุดออกมาด้วย หรือใช้ปลายหลอดกาแฟแข็ง ๆ หรือปลายด้ามปากกาลูกลื่นครอบจุดที่ถูกต่อยแล้ว กดลงให้เหล็กในโผล่ขึ้นมา แล้วจึงใช้คีมคีบออก ใช้สารที่เป็นด่าง เช่น แอมโมเนียทาให้ทั่วเพื่อทำลายพิษซึ่งเป็นกรด และใช้น้ำแข็ง หรือน้ำเย็นประคบ 2. ถ้าปวดและคันเล็กน้อย ใช้ยาหม่อง หรือ ครีมสเตอรอยด์ ทา 3. ถ้าปวดมาก ให้กินยาแก้ปวด ถ้าไม่ได้ผลให้ใช้ยาชา เช่น ไซโลเคน (Xylocaine) หรือโปรเคน (Procaine) ฉีดรอบ ๆ บริเวณที่ถูกต่อย หรือใช้ถุงน้ำแข็งวางบนบริเวณที่ถูกต่อย บรรเทาอาการปวดก็ได้ 4. ถ้ามีอาการแพ้เฉพาะที่ เช่น บวมคัน หรือเป็นลมพิษ ให้ยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน หรือไดเฟนไฮดรามีน ครั้งละ 1/2 - 1 เม็ด ทุก 6-8 ชั่วโมง และทาด้วยครีมสเตอรอยด์ 5. ถ้ามีอาการหอบ ฟังปอดมีเสียงวี้ด (wheezing) หรือ ช็อก ให้ใช้เชือก ผ้าหรือสายยางรัดเหนือบริเวณที่ถูกต่อย (ควรคลายออกทุก 10 นาที จนกว่าอาการแพ้จะหมดไป) และฉีดอะดรีนาลิน 0.5 มล. ( เด็ก 0.2-0.3 มล.) เข้าใต้ผิวหนัง พร้อมกับฉีดเดกซาเมทาโซน 5-10 มิลลิกรัมเข้าหลอดเลือดดำ แล้วส่งโรงพยาบาลด่วน ในรายที่หอบรุนแรง ให้ใช้อะมิโนฟิลลีน ขนาด 250 มิลลิกรัม ผสมในน้ำเกลือ ฉีดเข้าหลอดเลือดดำช้า ๆ บางรายอาจต้องเจาะคอช่วยหายใจ เห็บ 1.ให้ดึงเอาเห็บออกพร้อมหัว อย่าให้มีส่วนของหัวค้างอยู่ในผิวหนัง อาจใช้น้ำมัน หรือยาหม่องทา หรือใช้บุหรี่ติดไฟรนใกล้ตัวเห็บ จะช่วยให้หลุดออกง่ายขึ้น 2. ถ้าเกาจนเป็นหนอง ให้ยาปฏิชีวนะ เช่นเพนวี , คล็อกซาซิลลิน หรืออีริโทรไมซิน 3. ถ้ามีอาการอัมพาต ควรสำรวจว่ามีหัวของเห็บ ติดอยู่ส่วนไหน แล้วเอาออก หรือผ่าออกเสีย และรีบส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที แมงมุม เมื่อถูกกัดจะเป็นเพียงแผลบวมแดง ไม่ปวด ให้ใช้ยาหม่อง หรือ ครีมสเตอรอยด์ ทา แมงป่อง ให้รักษาแบบเดียวกับถูกผึ้งต่อย ได้แก่ เอาเหล็กไนออก, ทาด้วยแอมโมเนีย หรือครีมสเตอรอยด์, กินยาแก้ปวด, ถ้าปวดมากฉีดยาชาตรงบริเวณที่ถูกต่อย ตะขาบ 1. ทาบริเวณที่ถูกกัดด้วยแอมโมเนีย หรือ ครีมสเตอรอยด์ 2. ถ้าปวด ให้กินยาแก้ปวด และใช้น้ำแข็งประคบ 3. ถ้าปวดมาก ใช้ยาชาฉีดตรงบริเวณที่ปวด 4. ถ้าปวดหัว มีไข้ ให้ยาแก้ปวดลดไข้ และควรให้นอนพัก มักจะหายได้ภายใน 12 ชั่วโมง แมงกะพรุน 1. ถ้าหนวดพิษของแมงกะพรุนติดอยู่ตามตัว ต้องรีบเอาผ้าเช็ดออก และใช้แอมโมเนียหรือ แอลกอฮอล์ทาแล้ว จึงทาด้วยครีมสเตอรอยด์ หรือจะใช้ผักบุ้งทะเลที่ขึ้นตามชายหาด ขยำ หรือตำให้มีน้ำ ใช้ทาบริเวณที่ถูกแมงกะพรุนก็ได้ผลเช่นกัน 2. ถ้าปวดให้ยาแก้ปวด ถ้าปวดมากอาจต้องฉีดมอร์ฟีนระงับปวด 3. ให้กินสเตอรอยด์ เช่น เพร็ดนิโซโลน วันละ40-60 มก. สัก 2-3 วัน แล้วค่อย ๆ ลดขนาดลงทีละน้อย จนหยุดยาภายใน 7-10 วัน จะทำให้แผลหายเร็ว และไม่กลับกำเริบเรื้อรัง ยานี้ควรกินภายใน 2-3 วันแรก ถ้ากินหลังถูกแมงกะพรุน 2-3 วันไปแล้ว จะไม่ค่อยได้ผล 4. ถ้ามีอาการกล้ามเนื้อเกร็งหรือเป็นตะคริว ให้ฉีดแคลเซียมกลูโคเนตขนาด 10% จำนวน 10 มล.เข้าหลอดเลือดดำช้า ๆ หรือฉีดไดอะซีแพม 10 มิลลิกรัม เข้าหลอดเลือดดำ 5. ถ้ามีอาการหอบหรือช็อก ฉีดอะดรีนาลิน และฉีดเดกซาเมทาโซน 5-10 มิลลิกรัม เข้ากล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดดำ ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรส่งโรงพยาบาลด่วน และถ้ามีภาวะช็อกควรให้น้ำเกลือไประหว่างทาง

คำแนะนำ

ผึ้ง ต่อ แตน แมลงภู่ หมาร่า 1. เมื่อถูกแมลงที่มีเหล็กในต่อย ควรรีบเขี่ยออกทันที จะช่วยลดปริมาณพิษที่เข้าสู่ร่างกาย ป้องกันมิให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ (ปกติเมื่อถูกผึ้งต่อยจะต้องกินเวลา 2-3 นาที กว่าพิษจะถูกปล่อยออกมาหมด) 2. อย่าแหย่หรือทำลายรังของแมลง อาจเสี่ยงต่อการถูกต่อยโดยแมลงทีละจำนวนมาก เกิดอาการแพ้พิษรุนแรงได้ ถ้าต้องการทำลาย รังแมลง ควรให้ผู้ที่ได้รับการฝึกมาโดยเฉพาะ เป็นคนจัดการแทน 3. สำหรับคนที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกแมลงต่อย เช่น พนักงานป่าไม้ นักเดินป่า ลูกเสือเวลาออกค่าย เป็นต้น ควรมีชุดปฐมพยาบาล เช่น สายยางทูร์นิเคต์, ยาฉีดอะดรีนาลิน พร้อมอุปกรณ์การฉีดยา, ยาเม็ดคลอร์เฟนิรามีน, ครีมสเตอรอยด์ เป็นต้น ไว้ปฐมพยาบาลเมื่อถูกแมลงต่อย 4. ผู้ที่แพ้แมลงบ่อย ๆ อาจลดการแพ้ด้วยการทำดีเซนซิไทเซชั่น (desensitization) โดยการฉีดน้ำสกัดของแมลงพวกนี้ให้ผู้ป่วยทีละน้อย และบ่อย ๆ ควรทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญทางโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะ แมงกะพรุน 1. เวลาลงเล่นน้ำในทะเล ควรเตรียมแอมโมเนีย แอลกอฮอล์ และครีมสเตอรอยด์ไว้ที่ชายหาดให้พร้อม ที่จะให้การปฐมพยาบาลทันที เมื่อถูกแมงกะพรุนไฟ เมื่อให้การปฐมพยาบาลแล้ว ควรไปหาหมอโดยเร็ว อาจต้องกินสเตอรอยด์เพื่อลดการอักเสบของผิวหนัง และป้องกันมิให้กลายเป็นแผลเรื้อรัง 2. เวลาลงเล่นน้ำในทะเล ควรระมัดระวังอันตรายจากแมงกะพรุน ถ้าเห็นแมงกะพรุนอยู่ใกล้ ควรเลิกเล่นน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะฝนตก ลมแรง อาจพัดพาแมงกะพรุนเข้าชายฝั่ง จึงควรระวังตัวให้มาก 3. อย่าใช้มือเปล่าจับแมงกะพรุนที่ถูกน้ำพัดขึ้นมาบนชายหาด อาจแพ้พิษได้เช่นกัน

การป้องกัน

-

หมายเหตุ

-

 

 

All contents © copyright 2007 Diagnostic System Online Design By Computer science XI.