extra-img

                       ปลาคาร์ฟ

 

                          

   ปลา่แฟนซีคาร์ฟ (Fancy Carp) เป็นชื่อที่ใช้เรียกปลาในสกุล (Genus)เดียวกับ ปลาใน (Crucian Carp) ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ ว่า Cyprinus Carpio line เป็นปลาน้ำจืดที่มีแหล่งดั้งเดิมอยู่ในบริเวณประเทศอิหร่านในปัจจุบันเป็นเวลาที่สามารถปรับ ตัวดำรงชีวิตอยู่ในแหล่งน้ำจืด ที่มีอุณภูมิที่แตกต่างกันได้ดีมาก แม้ในสภาพอากาศร้อน ปลาชนิดนี้ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศได้ จึงแพร่ขยายพันธุ์ออกไปได้ทั่วโลก

การดูแล

   น้ำ เป็นสิ่งที่สำคัญมากกับปลาทุกชนิด เราต้องเข้าใจถึงธรรมชาติของน้ำที่จะมาใช้เลี้ยงปลาแต่ละชนิดของปลา เพราะน้ำเปรียบเสมือนบ้านของปลานั่นเอง น้ำที่จะนำมาใช้เลี้ยงปลาคาร์พมาจากแหล่งน้ำได้หลายแห่งเช่น น้ำประปา น้ำบาดาล น้ำคลอง น้ำบ่อ น้ำตก เป็นต้น แต่ที่สะดวกที่สุดคือ น้ำประปาที่ผ่านการฆ่าคลอรีนแล้ว และมีค่า pH เป็นกลางที่ pH 7 วิธีง่ายๆในการฆ่าคลอรีนก็คือ ให้น้ำประปาผ่านเครื่องกรองน้ำที่มีถ่านคาร์บอนเป็นตัวกรอง โดยปล่อยให้น้ำไหลผ่านกรองช้าๆ และควรทดสอบคลอรีนทุกครั้งก่อนนำน้ำมาเลี้ยงปลา หรือเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อปลา ในกรณีที่ไม่ต้องการใช้น้ำประปา ก็ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติได้ แต่แหล่งน้ำจากธรรมชาติจะมีความเป็นกรดเป็นด่างซึ่งจะมีผลต่อสีปลา โดยทำให้ปลาสีซีด และน้ำจากธรรมชาติบางแหล่ง อาจมีการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงซึ่งเป็นอันตรายต่อปลาคาร์พมาก และแหล่งน้ำธรรมชาติอาจเป็นพาหะของโรคมาอีกด้วย ฉะนั้นน้ำประปาจึงเป็นน้ำที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำมาใช้ในการเลี้ยงปลาคาร์พ ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำแต่ละครั้ง ไม่ควรเปลี่ยนทีเดียวจนหมดทั้งบ่อ ควรจะเปลี่ยนน้ำโดยให้เหลือน้ำเก่าไว้ประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาณน้ำเดิม และเติมน้ำใหม่ลงไป 1 ใน 3 เพราะจะทำให้ปลาปรับตัวได้ และไม่เกิดอาการช็อกน้ำ


   อากาศ หรือออกซิเจนจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของปลาคาร์พมาก สังเกตได้จากการที่ปลาคาร์พว่ายน้ำ ถ้าว่ายน้ำอยู่ในน้ำแล้วจะลอยหัวขึ้นมาเฉพาะตอนกินอาหาร ก็ถือว่าออกซิเจนไม่ขาด แต่ถ้าปลาคาร์พลอยหัวอยู่ตลอดแสดงว่าอากาศหรือออกซิเจนเริ่มขาดต้องรีบทำการเติมอากาศทันที ทางที่ดีควรจะทำการเติมอากาศไว้อยู่ตลอดเวลา โดยการที่ให้น้ำดีจากบ่อกรองที่จะมาในบ่อเลี้ยง ได้สัมผัสอากาศเสียก่อนที่จะ ปล่อยลงบ่อ โดยยิงน้ำลงบ่อเลี้ยงเพื่อให้เกิดฟองอากาศ หรือใช้ปั๊มอากาศปั๊มลงโดยตรงเลยก็ได้แต่ถ้าบ่อใหญ่มากๆ ควรใช้หัวเจ็ทพ่นน้ำเพราะหัวเจ็ทจะดูดออกซิเจนในอากาศลงไปผสมกับน้ำได้เป็นอย่างดี บ่อที่สร้างแบบมีน้ำตกด้วยจะช่วยให้มีออกซิเจนมาเพิ่มในน้ำดีขึ้น เนื่องจากน้ำที่ไหลลงมาตามแนวน้ำตกจะได้สัมผัสอากาศก่อนลงบ่อนั่นเอง

   อาหาร ปลาคาร์พมีนิสัยที่น่ารักอยู่อย่างหนึ่งคือ เมื่อเชื่องแล้วปลาคาร์พจะว่ายมามองหน้าแล้วทำปากอ้าเหมือนจะรู้ว่าเราต้องใจอ่อนให้อาหารอย่างแน่นอน แต่อย่าใจอ่อนทุกครั้งไปเพราะว่าจะทำให้รูปทรงปลาเสียได้ และถ้าเราให้มากจนเหลือก็จะทำให้น้ำเสียเร็ว ฉะนั้นการให้อาหารจึงควรให้พอดีดังนี้ ให้อาหารตามน้ำหนักของปลา คือ 2-4 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวปลาต่อวัน โดยให้วันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและบ่าย ควรจะให้ปลาคาร์พกินอาหารหมดภายใน 20 นาที ถ้าเหลือควรตักทิ้งเพราะจะทำให้น้ำไม่เสียเร็ว ไม่ควรให้อาหารปลาในเวลาเย็นมากเกินไป เพราะในตอนเย็นออกซิเจนในน้ำมีปริมาณลดลงมากอาจเป็นอันตรายกับปลาได้ อุณหภูมิของน้ำก็มีส่วนในการลดหรือเพิ่มปริมาณอาหาร ในฤดูร้อนปลาคาร์พมักจะกินอาหารได้มาก แต่ถ้าวันใดที่อากาศร้อนมากๆก็ควรงดอาหาร ส่วนในฤดูหนาวปลาคาร์พก็จะกินอาหารน้อยและวันใดที่อากาศเย็นมากๆ ต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส ให้งดอาหาร
   ปลาคาร์พเป็นปลาที่กินอาหารได้หลายชนิดทั้งอาหารสดและพืช เช่น ข้าวโพดบด ข้าวสาลี กะหล่ำปลี สาหร่าย แหน ข้าวเหนียวนึ่ง ขนมปัง ลูกน้ำ ลูกไร กุ้งสด หอย ปลาหมึก เป็นต้น แต่ที่นิยมใช้เลี้ยงมากที่สุดคืออาหารเม็ดลอยน้ำ เพราะสะดวกและหาง่ายอาหารเม็ดลอยน้ำบางชนิดก็มีส่วนผสมของพืชและเนื้อสัตว์เช่น กุ้งแห้ง เป็นต้น อาหารบางชนิดยังอาจผสมสปิรูลิน่าหรือสาหร่ายเกลียวทองที่เรียกว่าอาหาร 10 เปอร์เซ็นต์ (อาหารที่มีส่วนผสมของสาหร่ายสปิรูลิน่าอยู่ในอาหารในปริมาณ 10 เปอร์เซ็นต์) มีผลต่อสีของปลาด้วยเพราะสปิรูลิน่าจะเป็นตัวช่วยให้สีของปลาคาร์พเข้มดูสวยงาม

   แสงแดด-อุณหภูมิ ที่ที่ดีสำหรับบ่อปลาคาร์พคือ ที่ที่มีแสงแดดส่องถึง ไม่ควรต่ำกว่า วันละ 3 - 4 ชม. แต่ก็ไม่ควรให้แดดลงบ่อเต็มๆ ทั้งวัน ควรหาร่มเงาให้ปลาได้หลบพักบ้าง อากาศก็ควรจะถ่ายเทได้ดี ไม่ควรอยู่ใกล้ครัวเพราะควันจากการทำอาหารอาจลงไปในบ่อทำให้น้ำมีคราบมัน บ่อที่ดีควรขุดลงไปในดินจะดีกว่าทำบ่อลอย เพราะอุณหภูมิของน้ำในบ่อฝังดินจะเปลี่ยนแปลงช้าและต่ำกว่าบ่อลอย ปลาคาร์พมักชอบน้ำอุณหภูมิต่ำ (20-25 องศาเซลเซียส)

    ปลาคร๊าฟที่มีลำตัวสีขาว-แดง มี 7 ชนิดที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดคือ
              1. KOHAKU (Red and white) คือปลาคร๊าฟที่มีลำตัวสีขาว และมีลายสีแดงต่อเนื่องตลอดตัวปลา
              2. YONDAN KOHAKU คือปลาที่มีลำตัวสีขาว และมีลายแดงบนลำตัว 4 ตอน
              3. SANDAN KOHAKU คือปลาที่มีลำตัวสีขาว และมีลายแดงบนลำตัว 3 ตอน
              4. NIDAN KOHAKU คือปลาที่มีลำตัวสีขาว และมีลายแดงบนลำตัว 2 ตอน
              5. KUCHIBENI KOHAKU คือปลาที่มีลำตัวสีขาว และมีลายแดงบนลำตัว และมีสีแดงที่บริเวณริมฝีปากเหมือนทาลิปสติก
              6. GOTENSAKURA KOHAKU คือปลาที่มีลำตัวสีขาว และมีลายแดงบนลำตัว ส่วนของสีแดงจะกระจายเป็นกลุ่มๆทั่วตัวเหมือนใบไม้มาติดอยู่ตามตัวปลา
              7. TANCHO KAHAKU คือปลาที่มีลำตัวสีขาว และมีสีแดงเป็นวงเฉพาะที่ส่วนหัวเท่านั้น

    อาหารปลาแฟนซีคร๊าฟ นิยมใช้อาหารสำเร็จรูปในการเลี้ยงปลามากที่สุด ในอาหารสำเร็จรูปควรจะประกอบด้วย
               - ปลาป่น 69%
               - ข้าวสาลี 2%
               - รำสกัด 7%
               - กุ้งแห้ง 6%
               - กระดูกป่น 1%
               - ข้าวโพด 3%
               - แป้ง 1 %
               - วิตามิน อี 0.5 %
               - เกลือ 0.5%


    การให้อาหารปลา ตามวีธีที่ถูกต้องเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกส่วยหนึ่ง ตามหลักวิชาการให้อาหารนั้น ให้คิดเป็นน้ำหนัก 2-4% ของน้ำหนักของตัวปลาต่อวัน ควรลดหรีอเพิ่มอาหารปลาตามสภาพแวดล้อมและขนาดบ่อที่เลี้ยง ถ้าปลามีสุขภาพไม่ค่อยดีควรลดปริมาณอาหารปลาลงหรืองดเว้นให้วันเว้นวัน การให้อาหารปลาควรให้เป็นเวลาที่แน่นอนทุกวัน และสถานที่ๆให้อาหารก็ควรเป็นสถานที่ๆประจำ การให้อาหารปลาแต่ละวันควรให้อาหารครั้งละน้อยๆ แต่ให้จำนวน 2 หรือ3 ครั้งต่อ 1 วัน จะดีกว่าการให้อาหารวันละครั้งเดียวและครั้งละมากๆ นิยมใช้เวลาเป็นการคำนวนการให้อาหาร มากกว่าการเทียบจากน้ำหนักของตัวปลา คือ ให้อาหารให้ปลาแล้วปลาควรกินหมดภายใน 10 -15 นาทีและถ้า ปลากินไม่หมดควรตักออกและครั้งต่อไปควรลดปริมาณการให้อาหารลง ควรให้ปลากินอาหารอิ่มเพียง80% การให้ปลากินอิ่มจนเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของปลา

 

                                                                   กลับ