DOWN


บทเรียนที่ 4เรื่อง การพยากรณ์อากาศ

   สถานีตรวจอากาศ
     สถานีตรวจอากาศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำการตรวจสาระประกอบของอุตุนิยมวิทยานั้น ได้จัดแบ่งไว้ 5 ประเภทดังนี้
1. สถานีเพื่อการพยากรณ์อากาศ (synoptic stations) หมายถึง สถานีทั้งบนบกหรือในทะเลแบ่ง ย่อยออกเป็นสถานีผิวพื้น (ขั้นมูลฐานหรือเพิ่มเติม) และสถานีตรวจอากาศชั้นบน  (ไพลอตบัลลูน ราดิโอซอนด์ ราดิโอวินหรือเรวินซอนด์)
2. สถานีตรวจภูมิอากาศ (Climatogical stations) ได้แก่ สถานีหลัก สถานีธรรมดา สถานีฝนและ
สถานีตรวจอากาศเพื่อความมุ่งหมายพิเศษ
3. สถานีตรวจอากาศเกษตร (Agricultural meteological stations) ได้แก่ สถานีหลักสถานี ธรรมดา สถานีช่วยและสถานีตรวจอากาศเพื่อความมุ่งหมายพิเศษ
4. สถานีตรวจอากาศการบิน (Aeronautical meteorological stations)
5. สถานีพิเศษ (Special stations) หมายถึง สถานีที่ทำการตรวจบรรยากาศสถานีเรดาร์ตรวจ อากาศ สถานีอุทกวิทยา การตรวจราดิเอชั่น หรือโอโซน การตรวจสาระประกอบอุตุนิยมวิทยา ใกล้พื้นดิน การตรวจสารเคมีในบรรยากาศการตรวจไฟฟ้าในบรรยากาศ

     ประเทศสมาชิกของ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกได้จัดตั้งขายของสถานีตรวจอากาศขึ้นโดยแต่ละ ประเทศได้จัดตั้งสถานีเพื่อการพยากรณ์อากาศและสถานีภูมออากาศในประเทศของตนกำหนดให้ สถานีขั้นข้อมูลฐานเพื่อการพยากรณ์อากาศที่อยู่บนแผ่นดิน ต้องอยู่ห่างกัน ไม่เกิน 150 กิโลเมตร
ในบริเวณที่มีคนอาศัยอยู่น้อยหรือเขตทะเลทราย ควรจะตั้งข่ายของสถานีตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ด้วยสำหรับตำแหน่งบริเวณที่ได้รับข่าวอากาศจากสถานีเพื่อการพยากรณ์อากาศไม่เพียงพอก็ควร จะจัดให้มีการบินสำรวจลักษณะอากาศด้วยที่ที่ใดก็ตามถ้าสามมารถจัดทำได้ควรจะต้องจัดตั้งข่าย สถานีราดิโดซอนด์ (Radiosonde) เพิ่มเติม ราดิโอซอนด์หรือเครื่องวิทยุหยั่งอากาศมีลักษณะ ประกอบด้วย บัลลูนหรือลูกโป่งที่มีเครื่องวิทยุซึ่งจะส่งสัญญาณกระจายเสียงในขณะ ที่ลอยขึ้นไป ความดัน อุณหภูมิและความชื้นของบรรยากาศ อาจคำนวณได้จากความถี่ของสัญญาณและอาจ ใช้แถบความถี่อื่น ในการหาความเร็วและความสูงขอบัลลูนได้อีกด้วย

เครื่องมือตรวจอากาศ
     เครื่องมือตรวจอากาศสำหรับสถานีเพื่อการพยากรณ์อากาศ หรือสถานีภูมิอากาศจำเป็นต้อง
มีไว้ใช้ มีดังต่อไปนี้ คือ
1. เทอร์โมมิเตอร์ตุ้มแห้งและตุ้มเปียก (Dry-bulb thermometer and wet-bulb thermometer) หรือ ไฮโกรมิเตอร์ (Hygrometer) ซึ่งใช้สำหรับวัดความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิต่ำมากๆ เช่น อุณหภูมิ สูงสุด และต่ำสุดในช่วงเวลาหนึ่งวัน
2. เทอร์โมมิเตอร์สูงสุดหรือต่ำสุด (Maximum and minimum thermometer) ใช้สำหรับหาอุณหภูมิ สูงสุดและต่ำสุดในช่วงเวลาหนึ่งวัน
3. เรือนเทอร์โมมิเตอร์หรือสกรีน (Thermometer shelter or screen) คือ สิ่งก่อสร้างซึ่งมีไว้เพื่อ ป้องกันเครื่องมือตรวจอากาศ เช่นเทอร์โมมิเตอร์หรือไฮโกรมิเตอร์ได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์โดยตรง ป้องกันฝนและป้องกันไม่ให้เกิดการควบแน่นขึ้น
4. เครื่องวัดน้ำฝน (Rain gauge)คือ เครื่องมือสำหรับตรวจวัดปริมาณฝนโดยวัดเป็นความสูงของ น้ำที่ได้จากน้ำฟ้าที่ตกลงมา โดยสมมติให้น้ำนั้นแผ่กระจายไปบนพื้นราบที่ไม่มีการดูดซึมและไม่มี การระเหยเกิดขึ้น
5. บาโรมิเตอร์
6. บาโรกราฟ
7. เครื่องวัดความเร็วลม หรือเครื่องวัดความเร็วลมที่บันทึกรายงานติดต่อเนื่องกัน
8. ศรลม (Wind vane)
เครื่องมืออื่นที่อาจจะต้องการเพิ่มเติมมีดังนี้ คือ
1. เครื่องวัดทิศทางและความเร็วของเมฆ (Nephoscope) มีสองแบบ คือ แบบที่ตรวจด้วยตามองผ่านเครื่องขึ้นไปและแบบใช้กระจกเงา
2. เทอร์โมกราฟ (Thermograph) หรือ เครื่องวัดอุณหภูมิแบบกราฟ คือเครื่องมือที่ใช้บันทึกค่าอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาลงบนกระดาษที่พันรอบกระบอก
ลานนาฬิกา ซึ่งหมุนตามเวลา
3. ไฮโกรกราฟ (Hygrograph) คือ ไฮโกรมิเตอร์หรือเครื่องวัดความชื้นแบบกราฟ
4. เครื่องบันทึกความนานของแสงแดด
5. เครื่องวัดฝนแบบบันทึกรายงานด้วยตนเองติดต่อเนื่องกัน
6. เทอร์โมมิเตอร์ต่ำสุดยอดหญ้า
7. เทอร์โมมิเตอร์ใต้ดินระดับลึกต่างๆ
8. เครื่องบันทึกรายงานราดิเอชั่น
9. เครื่องวัดน้ำค้าง (Dewgauge) คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับตรวจวัดปริมาณน้ำค้างที่เกิดขึ้นบน พื้นที่ที่กำหนด
10. เครื่องวัดอุณหภูมิของน้ำและบันทึกรายงานด้วยตนเอง
11. เครื่องวัดการระเหยของน้ำ (Atmidometers) คือเครื่องมือที่วัดปริมาณน้ำที่ระเหยเข้าไปใน บรรยากาศในช่วงระหว่างระยะเวลาที่กำหนดให้หรือวัดอัตราการระเหยของน้ำการติดตั้งเครื่องมือ ตามสถานีอากาศต่างๆ จำเป็นต้องทำเป็นแบบเดียวกัน สนามอุตุนิยมวิทยาต้องเป็นสนามหญ้า ที่ตัด ให้สั้นอยู่เสมอ ขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 9 เมตร ก็เพียงพอสำหรับเครื่องมือวัดอุณหภูมิและ ความชื้นกลางแจ้ง สถานีควรให้อยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ อาคารสิ่งปลูกสร้าง และไม่ควรให้ตั้งอยู่ บนหรือใกล้กับที่ลาดชันมากๆ ยกเว้นกรณีของเครื่องวัดน้ำฝนที่ต้องตั้งอยู่ใกล้หรือกำบังอื่นๆ เพื่อป้องกันอาการผกผันของลม

การตรวจอากาศ


การตรวจอากาศจำแนกออกได้ 4 ชนิด คือ
1 การตรวจเพื่อการพยากรณ์ (Synoptic observatons)
     
การตรวจเพื่อการพยากรณ์จะต้องทำการ ตรวจสารประกอบอุตุนิยมวิทยา ดังต่อไปนี้ คือ
1. ลักษณะอากาศปัจจุบันและที่ผ่านมาแล้ว
2. ทิศทางและความเร็วลม
3. จำนวน ชนิดและความสูงของฐาน
4. ทัศนวิสัย
5. อุณหภูมิอากาศ
6. ความชื้น
7. ความกดของบรรยากาศ
สถานีพื้นผิวบนบก จะต้องมีการตรวจสารประกอบอุตุนิยมวิทยาเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ คือ
1. การเปลี่ยนแปลงของความกดอากาศ
2. อุณหภูมิสูงสุด - ต่ำสุด
3. จำนวนหยาดน้ำฟ้า
4. ลักษณะของพื้นดิน
5. ทิศทางของเมฆ
6. ปรากฏการณ์ธรรมชาติพิเศษ
ส่วนสถานีที่อยู่ในทะเล กำหนดให้ตรวจสาระประกอบอุตุนิยมวิทยาเพิ่มเติม
1. ทิศทางทางเดินเรือและความเร็วของเรือ
2. อุณหภูมิของน้ำทะเล
3. ทิศทาง ช่วงระยะและความสูงของคลื่น
4. น้ำแข็ง
5. ปรากฏการณ์ธรรมชาติพิเศษ

2 การตรวจภูมิอากาศ (Climatological observations)
กำหนดให้สถานีภูมิภาคที่เป็นสถานีหลักทำการตรวจสาระประกอบอุตุนิยมวิทยาเกือบทั้งหมด
หรือทั้งหมด ดังต่อไปนี้ คือ
1. ลักษณะลมฟ้าอากาศ
2. ทิศทางและความเร็วของลม
3. จำนวน ชนิด และความสูงของฐานเมฆ
4. ทัศนวิสัย
5. อุณหภูมิอากาศ รวมทั้งอุณหภูมิต่ำสุดและสูงสุด
6. ความชื้น
7. ความกดของบรรยากาศ
8. หยาดน้ำฟ้า
9. หิมะปกคลุม
10. แสงแดด
11. อุณหภูมิใต้ดิน

3 การตรวจอากาศเกษตร (Agricultural meteorological observations)
     สาระประกอบอุตุนิยมของการตรวจอากาศเกษตร ที่จำเป็นต้องตรวจหา ได้แก่
1. อุณหภูมิและความชื้นของอากาศที่ระดับต่างๆ
2. อุณหภูมิใต้ดิน
3. ความชื้นของดินระดับลึกต่างๆ
4. การผกผันและการคลุกเคล้าของอากาศในระดับต่ำ
5. บรรดาน้ำในบรรยากาศและเหตุสมดุลของความชื้นอื่นๆ
6. แสงแดดและราดิเอชั่น หรือการแผ่รังสี
     นอกจากนั้นจะต้องทำการตรวจปรากฏการณ์ธรรมชาติ ความเจริญงอกงามของผลิตผลของพืช
และสัตว์ ความเสียหายเนื่องจากลมฟ้าอากาศและความเสียหายที่เกิดจากเชื้อโรคและแมลงที่
ทำลายพืช

4 การตรวจพิเศษ (Special observations)
     การตรวจอากาศ ณ สถานีตรวจพิเศษนี้ขึ้นอยู่กับความมุ่งหมายที่จัดตั้งสถานีนั้นๆ ขึ้นมา เช่น สถานีตรวจเพื่อการณ์พยากรณ์และภูมิภาคที่กำหนดไว้โดยเฉพาะแผนการตรวจต้องรวมถึง
1. ความนานของแสงแดด
2. บันทึกรายงานติดต่อเนื่องจากของจำนวนทั้งหมดของราดิเอชั่น จากดวงอาทิตย์ละท้องฟ้าที่ พื้นผิวราบ
3. การวัดการระเหยของน้ำ
     ในปัจจุบันเนื่องจากการติดต่อสื่อสารด้านอวกาศและเทคโนโลยีของคอมพิเตอร์ก้าวหน้ามาก ทำให้องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก สามารถจัดตั้งแผนงานปฏิบัติการที่ได้รับความสำเร็จอย่างสูง นั่นคือแผนงานเฝ้าตรวจอากาศโลก โดยมีจุประสงค์เบื้องต้นเพื่อให้มั่นใจว่าประเทศสมาชิกของ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกทั้งหมด จะได้รับข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยา นอกจากนั้นยังมีจุดประสงค์ เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนงานค้นคว้าและวิจัยที่จำเป็นสำหรับการพยากรณ์อากาศอีกด้วย ระบบ
ของแผนงานเฝ้าตรวจอากาศโลก ประกอบด้วยสถานีตรวจอากาศพื้นผิวของประเทศสมาชิก
149 ประเทศ มากกว่า 9,200 สถานี ในจำนวนนี้ได้ทำการตรวจอากาศชั้นบนด้วยจำนวน 848 สถานี เรือตรวจอากาศในมหาสมุทรแบบประจำที่ 6 ลำ เรืออาสาสมัครตรวจอากาศพื้นผิว อีก ประมาณ 7,000 ลำ เครื่องบินที่ส่งรายงานอีกมากกว่า 1,500 เครื่องต่อวัน ดาวเทียมประจำที่ซึ่ง คอยตรวจดูระบบการกาลอากาศและสังเกตการเคลื่อนที่ของเมฆ เพื่อให้ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับลม และดาวเทียม โคจรผ่านขั้วโลกที่ติดตั้งเครื่องมือแบบอินฟราเรด ไมโครเวฟ และ เครื่องมือชนิด อื่นๆ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิ ปริมาณไอน้ำในบรรยากาศ การกระจายของเมฆและ อุณหภูมิ ของผิวโลกเบื้องล่าง


ภาพบรรยากาศบนผิวโลก

TOP

 

[กลับสู่หน้าบทเรียน]

พัฒนาโดย นางสาวอังค์วรา สมดี รหัส 45410396 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์
นำเสนอ อาจารย์ภาสกร เรืองรอง รายวิชาอินเตอร์เนตเพื่อการศึกษา
สงวนลิขสิทธิ์มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.2547