Web site เพื่อการเรียนการสอนรายวิชาอาณาจักรสัตว์

 


บทที่5Phylum Chrodata

 

 

Phylum Chordata

 

Phylum Chordata
สัตว์ที่จะถูกจัดให้อยู่ใน phylum Chordata จะต้องมีลักษณะร่วมเฉพาะ คือ
1. การมี notochord เป็น supportive rod ที่อยู่ด้านหลัง (dorsal) ตามความยาวของลำตัวจากหัวไปท้าย ซึ่งอาจจะคงอยู่ไปตลอดชีวิตหรืออาจจะมีเฉพาะในระยะตัวอ่อนและถูกแทนที่ด้วย cartilage หรือ bone เมื่อโตเต็มที่
2. มีช่องเหงือก (pharyngeal slit/ gill slit ) ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
3. มีเส้นประสาทเป็นแบบแท่ง (tubular nerve cord) อยู่ที่ด้านหลังของลำตัว
4. มีหาง (post-anal tail) อยู่ด้านท้ายของทวารหนัก
นอกจากนี้สัตว์ใน Phylum นี้ยังมีลักษณะอื่นอีกหลายอย่างที่สำคัญ คือ ระบบทางเดิน
อาหารเป็นแบบสมบูรณ์ มีระบบหมุนเวียนเลือดเป็นแบบปิดที่มีหัวใจทำหน้าที่ในการสูบฉีดเลือด เลือดจะไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดตลอดเวลาและนำไปสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย มีโครงร่างแข็งภายใน (endoskeleton) โดยที่โครงร่างแข็งนี้อาจเป็นกระดูกแข็ง (bone) หรือ กระดูกอ่อน (cartilage) มีพัฒนาการของตัวอ่อนเป็นแบบ deuterostome
สัตว์ใน Phylum นี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 group จากลักษณะของการมีหรือไม่มี
กะโหลกหุ้มสมอง คือ


1. Group Protochordata (Acrania) คือ พวกที่ไม่มีกะโหลกหุ้มสมอง มี 2 subphylum
1.1 Subphylum Urochordata : เพรียงหัวหอม (tunicate, sea squirt)
1.2 Subphylum Cephalochordata : lancelet / amphioxus



2. Group Craniata : คือพวกสัตว์ที่มีกะโหลกหุ้มส่วนของสมองไว้
1. Class Chondrichthyes : ปลากระดูกอ่อน (cartilaginous fishes)เช่น ฉลาม ปลากระเบน
2. Class Osteichthyes : ปลากระดูกแข็ง (bony fishes)
3. Class Amphibia : สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก (amphibians) เป็นกลุ่มที่เริ่มปรับตัวขึ้นมาอยู่บนบก ผิวหนังมีความชุ่มชื้นและมีต่อม (mucous gland) มาก หายใจด้วยปอด เหงือก หรือทางผิวหนัง จึงมักจะอาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือที่ชื้นแฉะ แบ่งออกเป็น กลุ่มงูดิน กลุ่มซาลาเมนเดอร์ และกลุ่ม กบ เขียด(Family Ranidae) คางคก (Family Bufonidae) ปาด (ปาดบ้าน ; family Rhacophoridae) และอึ่ง (อึ่งอ่างบ้าน ; family Microhylidae)

4. Class Reptilia : สัตว์เลื้อยคลาน (reptiles) เป็นสัตว์มีกระดูกสันหลังกลุ่มแรกที่ปรับตัวมาอาศัยอยู่ทั้งบนบกและในน้ำ ผิวหนังแห้ง หนาและหยาบ จะไม่มีช่องเปิดของต่อมต่างๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำโดยเฉพาะพวกที่อาศัยอยู่ในที่แห้งแล้ง ลำตัวมีเกล็ด (epidermal scale) ปกคลุม สัตว์เลื้อยคลานสามารถแยกออกได้เป็น 4 อันดับ คือ Order Squamata ( งู จิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งก่า อิกัวนา จิ้งเหลน กิ้งก่า ตะกวดโคโมโด ตุ๊ดตู่ ) Order Testudines ( เต่า ) Order Crocodilia
( จระเข้ alligator ) Order Rhynchocephalia ( ทัวทารา)

5. Class Aves : สัตว์ปีก (birds) มีลักษณะเฉพาะคือ มีขนนกที่เป็น feather ซึ่งเป็นโครงสร้างของชั้น epidermis ปกคลุมอยู่ทั่วร่างกาย ขนนกจะมีน้ำหนักน้อยและมีความเหนียว กระดูกมีน้ำหนักน้อยและมีความแข็งแรง รยางค์คู่แรกเปลี่ยนไปเป็นปีกเพื่อใช้ในการบินและมีขา 1 คู่ ซึ่งจะมีเกล็ดปกคลุม ผิวหนังไม่มีต่อมเหงื่อ ปากมีจะงอยแข็งหุ้มและมีรูปร่างแตกต่างกันไปเพื่อให้เหมาะสมกับอาหารที่กิน ส่วนของปอดจะมีถุงลมจำนวนมากทำหน้าที่ในการแลกเปลี่ยน gas และมีถุงลม air sac แทรกอยู่ตามอวัยวะต่างๆ และภายในร่างกายช่วยให้สามารถลอยตัวในอากาศได้ดี นกมีความหลากหลายอย่างมากทั้งในด้านรูปร่างและถิ่นที่อยู่อาศัย


6. Class Mammalia : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม (mammals) ลักษณะเฉพาะของสัตว์ใน class นี้ คือ มีต่อมผลิตน้ำนม (mammary gland) เพื่อผลิตน้ำนมในการเลี้ยงตัวอ่อน และมีขนที่มีลักษณะเป็น hair, fur สัตว์พวกนี้กินอาหารแตกต่างกัน ซึ่งอุปนิสัยในการกินและชนิดของอาหารจะสอดคล้องกับโครงสร้างทางสรีรวิทยา คือ รูปร่างของฟัน มีรยางค์ 2 คู่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นสัตว์เลือดอุ่น มีอุณหภูมิในร่างกายที่สูงกว่าอุณหภูมิภายนอก จึงมีขบวนการในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายโดยอาศัยความร้อนจากขบวนการ metabolism
6. Class Mammalia : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม (mammals) ลักษณะเฉพาะของสัตว์ใน class นี้ คือ มีต่อมผลิตน้ำนม (mammary gland) เพื่อผลิตน้ำนมในการเลี้ยงตัวอ่อน และมีขนที่มีลักษณะเป็น hair, fur สัตว์พวกนี้กินอาหารแตกต่างกัน ซึ่งอุปนิสัยในการกินและชนิดของอาหารจะสอดคล้องกับโครงสร้างทางสรีรวิทยา คือ รูปร่างของฟัน มีรยางค์ 2 คู่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นสัตว์เลือดอุ่น มีอุณหภูมิในร่างกายที่สูงกว่าอุณหภูมิภายนอก จึงมีขบวนการในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกายโดยอาศัยความร้อนจากขบวนการ metabolism
2.1 Infraclass Ornithodelphia
Order Monotremata : เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่ออกลูกเป็นไข่ เช่น ตุ่นปากเป็ด
(duck-billed platypus) ตัวกินมดหนาม (spiny ant-eater / echidna)

2.2 Infraclass Metatheria สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่มีถุงหน้าท้อง เช่น จิงโจ้ koala, opossum, wombat



2.3 Infraclass Eutheria (Placentalia) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสายรก ตัวอ่อน
เจริญอยู่ภายใน uterus ได้รับอาหารจากแม่โดยผ่านทางสายรก ( placenta)
1. Order Insectivora เป็นสัตว์พวกที่กินแมลงเป็นอาหาร ส่วนปลายปากมี
ลักษณะแหลม มักอาศัยอยู่ใต้ดิน เช่น ตุ่น เม่นหนามสั้น shrew
2. Order Chiroptera มีนิ้วมือยาวและมีหนังขึงอยู่ระหว่างนิ้ว ข้อเท้าและปลายหาง
ใช้ในการบิน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมพวกเดียวที่สามารถบินได้ เช่น พวกค้างคาว
3. Order Dermoptera มีความสามารถที่จะโยนตัวข้ามต้นไม้หรือลอยตัวไปใน
อากาศได้ เช่น บ่าง (flying lemurs)
4. Order Rodentia สัตว์ฟันแทะ มีฟันแทะด้านบนและด้านล่างด้านละหนึ่งคู่ เช่น หนู กระรอก อ้น เม่น บีเวอร์
5. Order Pholidota ลำตัวปกคลุมด้วย horny scale ที่ซ้อนกัน เช่น ลิ่นหรือนิ่ม
เกล็ด
6. Order Lagomorpha สัตว์ฟันแทะที่มีฟันแทะด้านบน 2 คู่ซ้อนกัน ส่วนด้านล่างมีหนึ่งคู่ กินพืชเป็นอาหารเช่น กระต่าย


7. Order Edentata เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมที่ไม่มีฟัน เช่น ตัวกินมดยักษ์ sloth ตัวนิ่ม
8. Order Carnivora เป็นสัตว์พวกที่กินเนื้อเป็นอาหาร ฟันเขี้ยวยาว เล็บแข็งแรง
เพื่อใช้ในการจับเหยื่อ รับสัมผัสเรื่องกลิ่นได้เป็นอย่างดี เช่น สุนัข แมว สิงโต เสือ หมี นาก แมวน้ำ สิงโตทะเล raccoon skunk walrus


9. Order Cetacea เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีลักษณะคล้ายปลา อาศัยอยู่ในน้ำ
มีเต้านมที่ใช้สำหรับเลี้ยงตัวอ่อน รยางค์คู่หน้าดัดแปลงไปให้สามารถใช้ในการว่ายน้ำ มีช่อง
สำหรับหายใจอยู่ด้านบนของส่วนหัว เช่น วาฬ โลมา

10. Order Proboscidea ฟันด้านบนที่อยู่สองข้างของขากรรไกรยื่นออกมาอยู่นอก
ริมฝีปากทำให้เกิดเป็นงาส่วนของจมูกจะยื่นยาวออกมาเป็นงวงและมีรูอยู่ที่ปลายจมูก เช่น ช้าง

11. Order Sirenia เป็นสัตว์กินพืชที่อาศัยอยู่ในน้ำ มีขนาดใหญ่ ไม่มีขน แต่มีผิว
หนังหนา รยางค์คู่แรกดัดแปลงไปใช้ในการว่ายน้ำ เช่น พะยูนหรือวัวทะเล (dugong) manatee
12. Order Artiodactyla เป็นสัตว์ที่มีกีบเท้าเป็นกีบคู่ กินอาหารแบบ grazing หรือ
browsing เช่น หมู วัว ควาย กวาง อูฐ ยีราฟ ฮิปโปโปเตมัส แกะ แพะ

13. Order Perissodactyla เป็นสัตว์ที่มีกีบเท้าเป็นกีบเดี่ยว เช่น ม้า ลา ม้าลาย
สมเสร็จ แรด

14. Order Primate มีพัฒนาการของสมองดีกว่าสัตว์อื่น ที่รยางค์มีนิ้ว 5 นิ้วและ
สามารถงอนิ้วมือเข้าหาฝ่ามือได้ นิ้วหัวแม่มือใหญ่กว่านิ้วอื่นๆ ส่วนใหญ่รยางค์คู่หน้าไว้ใช้ในการจับสิ่งของ ส่วนรยางค์คู่หลังไว้ใช้ในการเดิน ลำตัวเกือบตั้งตรงหรือตั้งตรง บางชนิดสามารถเดินได้ด้วยสองเท้า ส่วนใหญ่ตามร่างกายมีขน (hair) ปกคลุม เช่น ลิง ลิงลม ชะนี อุรังอุตัง กอริลลา ชิมแพนซี คน



     

พัฒนาโดยนางสาววิภา อินมณี เสนออาจารย์ ภาสกร เรืองรอง รายวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา355201
สงวนลิขสิทธิ์ โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.2547

[กลับสู่หน้าหลัก]